OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ประกันสังคมน่านอ้างบริษัทไม่ส่งเงินสมทบกระทบสิทธิผู้ประกันตน

     ปี พ.ศ.2515 รัฐบาลโดยคณะปฏิวัติ ได้ออกประกาศคณะปฏิวัติ จัดตั้งกองทุนเงินทดแทนขึ้นในกรมแรงงาน โดยมีเจตนารมณ์ที่จะให้หลักประกันแก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วย ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน โดยกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้ส่งเงินสบทบให้แก่กองทุนเงินทดแทนเพื่อใช้ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล ทดแทนการขาดรายได้รายเดือน ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ทั้งนี้นายจ้างต้องจ่ายเงินทดแทนเพียงฝ่ายเดียวตามความเสี่ยงของประเภทกิจการนั้นๆ กองทุนเงินทดแทนได้เริ่มบริหารกองทุนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2517 มีการดำเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอด มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายคณะเพื่อพิจารณาปรับปรุงการทำงานเพื่อลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน ปี 2533 ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ก็ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.2533 พรบ.นี้จะให้หลักประกันแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่นานาประเทศถือเป็นหลักปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนการสงเคราะห์บุตรได้ขยายความคุ้มครองในปี 2539

     พรบ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 บัญญัติว่า “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้าง โดยรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออะไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคลให้กระทำการแทนด้วย “ผู้ประกันตน” หมายความว่าผู้ซึ่งจ่ายเงินสมทบอันก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัตินี้

     มาตรา 49 นายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบในส่วนของตน หรือในส่วนของผู้ประกันตน หรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 47 ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างมิได้นำส่ง หรือของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่ นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ สำหรับเศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวัน หรือกว่านั้นให้นับหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ในกรณีนายจ้างมิได้หักค่าจ้างของผู้ประกันตนเพื่อส่งเป็นเงินสมทบ หรือหักไว้แล้วแต่ยังไม่ครบจำนวนตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ให้นายจ้างรับผิดใช้เงินที่ต้องส่งเป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนเต็มจำนวน และต้องจ่ายเงินเพิ่มในจำนวนนี้ตามวรรคหนึ่งนับแต่วันถัดที่ต้องนำส่งเงินสมทบ และในกรณีเช่นนี้สิทธิที่ผู้ประกันตนยังได้รับคงเสมือนหนึ่งว่าผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบแล้ว

     นายจรัณ วิถาน ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายการตลาด บริษัท เขตไทย จำกัด เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2552 เป็นต้นมา ก่อนหน้าก็ทำงานเป็นพนักงานมาหลายแห่งหลายที่ มีประกันสังคมเหมือนเช่นพนักงานคนอื่น รู้และเข้าใจในสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนบ้างพอสมควร เมื่อต้นเดือนกันยายน ได้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร (สปส.2-01) ด้วยเข้าใจในหลักเกณฑ์ และสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร ว่า ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีสงเคราะห์บุตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ350 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน ภายใต้เงื่อนไข เงินสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน

     เมื่อยื่นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตรวจหลักฐาน และพิจารณาอนุมัติ ปรากฏว่า นางสุดารักษ์ สูงงาม นักวิชาการแรงงานชำนาญการ แจ้งว่าเราไม่สามารคจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้ได้เนื่องจากบริษัทที่ผู้ประตนทำงานอยู่ไม่ส่งเงินสมทบให้กับทางกองทุนประกันสังคม ต่อมานายจรัณฯ ได้แจ้งให้ทางนายจ้างทราบว่าตนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีเงินสงเคราะห์ด้วยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดน่านอ้างว่าบริษัทฯ ไม่นำส่งเงินสมทบ และตนได้รับแจ้งจากนายจ้างว่าบริษัทฯไม่ได้นำส่งเงินสมทบตามกำหนดระยะเวลาที่กำหนดจริง แต่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฯ ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระกับสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่ตั้งสำนักงานบริษัทฯ แล้วตามจำนวนเงินที่ค้างและเงินเพิ่มตามกฎหมาย มีหนังสือลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และได้ผ่อนชำระไปตามข้อตกลงกับทางสำนักงานประกันสังคมไม่มีปัญหาแต่อย่างได

     “มหาวชิ14318” ได้สอบถามไปยังนางสุดารักษ์ สูงงาม เจ้าหน้าที่ประกันสังคมจังหวัดน่าน ได้รับยืนยันว่าจากการตรวจสอบตามหลักฐานที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดน่านมีข้อมูลอยู่ บริษัทที่นายจรัณฯ ทำงานอยู่ไม่นำส่งเงินสมทบจริง สนง.ประกันสังคมน่านจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้แก่บุตรนายจรัณฯไม่ได้ผิดหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่เมื่อ“มหาวชิ14318” สอบถามไปยังสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์ ที่บริษัทฯตั้งสำนักงานอยู่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า บริษัท เขตไทย จำกัด ยังค้างส่งเงินสมทบอยู่จริง แต่ก็ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระ พร้อมยืนยันว่าลูกจ้างผู้ประกันตนของบริษัทเขตไทย ทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์ทุกอย่างเป็นปกติ

     ใครเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร แต่“มหาวชิ14318” เห็นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ต้องรีบแก้ไขให้เป็นบรรทัดฐาน ในการทำงานของข้าราชการว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติตามกฎหมาย และอำนาจหน้าที่หรือไม่ เมื่อกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนใน มาตรา 49 ในกรณีเช่นนี้สิทธิที่ผู้ประกันตนยังได้รับคงเสมือนหนึ่งว่าผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบแล้ว เรื่องนี้ประกันสังคมจังหวัดน่าน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมต้องมีตอบ ...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ