OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ราชสีห์อุตรดิตถ์ปกป้องหมาป่าเมื่อคราวล่าลูกแกะที่น้ำปาด

     “มหาวชิ14318” บ่นเรื่อง เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุตรดิตถ์กับพฤติกรรมหมาป่าล่าลูกแกะ ในฉบับที่ 20464 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2552 ด้วยการตั้งข้อสังเกตไว้เป็นประเด็นหลัก เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุตรดิตถ์ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.7 บ้านม่วง มีพฤติกรรมตั้งข้อกล่าวหา ฐานความผิดยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าและเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกรับเงินจากราษฎร

     เสียงบ่นดังไปถึงอธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ หรืออาจจะได้ยินไปไกลกว่านั้น และในเวลาต่อมาทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับที่ 20464 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2552 คอลัมน์ เสียงบ่น ปนเสียงด่า ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.7 บ้านม่วง มีพฤติกรรมตั้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและเรียกรับเงินจากราษฎร และอธิบดีกรมป่าไม้มีคำสั่งให้นายมานพ แสนอุ่นใจ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าฝ่ายยุทธการที่3 (ภาคเหนือ) สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และนายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ นิติกร ชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายคดี กลุ่มนิติกร กรมป่าไม้ ให้สอบข้อเท็จจริง โดยมีนายวินัย คำบ้านฝาย ผู้ถูกกล่าวหารับว่าได้นำวัวเข้าไปเลี้ยงในป่าและในเวลา 11.00 น.มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาหาและพาไปพบหัวหน้าป่าไม้ที่หน่วยฯ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอเงิน 5,000 บาทเรื่องจะได้จบเมื่อหาเงินให้ไม่ได้ในเวลา 19.00 น. จึงนำตัวไปส่งโรงพักเพื่อดำเนินคดีนายอนันต์ พาเหมาะ กำนันตำบลแสนตอ ยืนยันว่านายเพียนฯนายวินัยถูกจับกุมถูกนำตัวไปไว้ที่ป่าไม้หนองแห้ว(หน่วยฯอต.7) จะต้องนำเงิน5,000 บาทไปจ่ายที่ป่าไม้หนองแห้ว เพื่อขอให้กำนันไปเป็นพยานนายเพียน พาพิมพ์ พ่อน้า (สามีใหม่แม่นายวินัยฯ) ส.อบต.แสนตอ ยืนยันต้องนำเงิน5,000 บาทไปไถ่ตัวนายวินัยฯ เมื่อหาเงินให้ไม่ทันจึงถูกส่งตัวดำเนินคดี ส่วนนายด่วน ไชยทิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่5 ต.แสนตอ ได้ทำบันทึกถ้อยรับรองว่านายวินัยฯ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีวิริยะอุตสาหะในการประกอบอาชีพการงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวโดยสุจริตมาโดยตลอด ไม่เคยปรากฏว่าได้ก่อความเดือดร้อนให้กับพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงมาก่อนแต่อย่างใด กับอีกทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดต่อกฎหมายและหรือจารีตประเพณีอันดีงามของบ้านเมืองมาก่อนและการกระทำความผิดในครั้งนี้ก็กระทำไปเนื่องเพราะการประกอบอาชีพได้นำวัวไปเลี้ยงและล้อมคอกวัวไว้ในที่ป่าสงวนเท่านั้น มิใช่เข้าไปเพื่อยึดถือหรือการปกครองเอาเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตนแต่อย่างใด และอีกทั้งการเข้าอยู่นั้นก็ไม่ได้แผ้วถางป่าหรือทำให้เสียสภาพเดิมเพียงแต่เข้าไปอาศัยเลี้ยงวัวเท่านั้น

     จากที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ มีสมาชิกหนังสือพิมพ์หมู่บ้านและชุมในตำบลแสนตอและตำบลใกล้เคียงหลายตำบลในอำเภอน้ำปาด “มหาวชิ14318” ทราบข้อเท็จจริงจึงสนใจติดตามได้รู้ว่าจังหวัดอุตรดิตถ์ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เมื่อได้ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (องค์กร สกช.) ทราบว่าจังหวัดอุตรดิตถ์มีหนังสือ ที่ อต.0016.3/7186 แจ้งว่าจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว ผลเป็นประการใดจะรายงานให้ทราบต่อไป และในเวลาต่อมาจังหวัดอุตรดิตถ์ มีหนังสือที่ อต.0016.3/10120 แจ้งว่าตามที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รายงานให้ทราบชั้นต้นว่า ได้แจ้งให้สนง.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้มีราษฎรตำบลแสนตอ ได้ให้ข่าวต่อหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.7 (บ้านม่วง) ว่ามีพฤติกรรมตั้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและเรียกรับเงินจากราษฎร นั้นจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวปรากฏว่า น่าจะเป็นการให้ร้ายแก่คณะเจ้าหน้าที่ เนื่องจากผู้ร้องได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด คิดเป็นเนื้อที่จำนวน 3.86 ไร่ จังหวัดได้พิจารณายุติเรื่อง

     จังหวัดอุตรดิตถ์ อย่าให้ชาวบ้านน้ำปาดต้องขลาดกลัว โดนข้าราชการกลั่นแกล้งต่อสู้ไม่ได้ร้องเรียนสื่อมวลชนไปก็เท่านั้นไม่มีใครหน่วยงานไหนพึ่งได้ เรื่องง่ายๆถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์คนใหม่ตั้งใจทำด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ด้วยการพิจารณาข้อกล่าวหาว่า คณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุม ปฏิบัติหน้าที่ราชการสุจริตหรือไม่ กรณีตรวจพบชาวบ้านเลี้ยงวัวในเขตป่าสงวนฯ ตั้งแต่เวลา 11.00 น.นำมากักตัวไว้ที่หน่วยฯ แล้วเรียกรับเงิน5,000 บาท เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการจึงนำส่งโรงพักในเวลา19.00 น. ด้วยเหตุใดจึงไม่นำส่งโรงพักตั้งแต่ต้น และกรณีชาวบ้านนำวัวไปเลี้ยงในป่าสงวนฯ ในเนื้อที่จำนวน 3.86 ไร่ แล้วตั้งข้อหาฐานความผิดยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าและเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกล่าวหาให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาเกินกว่าความเป็นจริงหรือไม่ เอาเฉพาะสองกรณีนี้เท่านั้น และข้อกล่าวหาราชสีห์อุตรดิตถ์ปกป้องหมาป่าเมื่อคราวล่าลูกแกะที่น้ำปาด รอเวลาพิสูจน์...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ