OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

สรรพสามิตสงขลา ล่าเหยื่อที่สิงหนครจะจบลงอย่างไร

     เรื่องที่ “มหาวชิ14318” บ่นไปในคอลัมน์ “เสียงบ่น ปนเสียงด่า” ได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายๆหน่วยงานทั้งองค์กรภาครัฐ และเอกชน หลายเรื่องมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมาถึง“มหาวชิ14318” คำชี้แจงบางครั้งพอรับฟังได้ ถึงแม้คำชี้แจงจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือชี้แจงไปแบบข้างๆคูๆ ก็พอรับได้ ด้วยรู้ได้ว่าเรื่องที่บ่นไปได้รับการปรับปรุงแก้ไขในระดับหนึ่ง จะเห็นว่ามีหลายเรื่องที่“มหาวชิ14318” บ่นไปและมีการปรับปรุงแก้ไขก็เลิกบ่นกัน แต่ก็มีหลายเรื่องที่ต้องบ่นกันหลายครั้ง และมีบางเรื่องที่ต้องบ่นกันต่อไปด้วยเหตุผลเดียว ถ้าเรื่องราวที่เคยบ่นเป็นเรื่องที่กระทบต่อคนระดับรากหญ้าที่ไม่มีปัญหาช่วยตัวเองได้สักเท่าไร

     “สรรพสามิตสงขลาหรือว่านักบิน” ส่งเสียงบ่นไปเมื่อเดือนธันวาสองห้าห้าศูนย์ กรมสรรพสามิตออกลีลาเต้น สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ด้วยการแต่งตั้งลูกน้องตัวเองไปตรวจสอบลูกน้องตัวเอง ผลจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสงขลา บุกเข้าค้นบ้านนายบัญชา สัทโธ ค้นหาบุหรี่หนีภาษีด้วยการอ้างว่าได้รับรายงานจากสายจึงได้ทำการตรวจค้น โดยไม่มีหมายค้นแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนความเสียหายที่นายบัญชาฯ ได้รับไม่มีเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนเรื่องหมายค้นไม่มีกรรมการชุดสอบสวนชี้แจงแจ้งในรายงานแต่อย่างใดจึงทำให้ “มหาวชิ14318” ต้องบ่นต่อไปด้วยการกล่าวหา “สรรพสามิตสงขลา อย่าปกป้องลูกน้อง” เมื่อปลายเดือนมีนาสองห้าห้าหนึ่ง เรื่องถึงอธิบดีกรมสรรพสามิต อีกทีคราวนี้ตั้งคณะกรรมการชุดสอบสวนประจำภาคสำนักงานตั้งอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ กรรมการชุดนี้มีหนังสือแจ้งให้นายบัญชาฯ ไปให้ปากคำในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

     จากเดือนเมษายน พ.ศ.2551 ถึงวันนี้ ต้องบอกว่านานเกินไปที่ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการชุดสำนักงานหาดใหญ่ ยังไม่แจ้งให้นายบัญชาฯ ทราบในฐานะผู้เสียหาย ด้วยความที่ไม่เชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการชุดอธิบดีกรมสรรพสามิตตั้งขึ้นมา ทำให้นายบัญชาฯต้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ในขณะนั้นด้วยการกล่าวหาว่า นายมานะ จะยะสกุล เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ แต่กว่าพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงงาม จะรับแจ้งความดำเนินคดีตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ถึงกับพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งข้อกล่าวหา ด้วยพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสงขลามีอำนาจเข้าไปตรวจค้นได้ จากมีสายรายงาน และบ้านพักนายบัญชาฯ อยู่ติดร้านคาราโอเกะ เมื่อเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะ เห็นนายบัญชาฯ มีพฤติกรรมน่าสงสัยจึงเข้าไปตรวจค้นเป็นความผิดซึ่งหน้า ค้นได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่กว่าจะรับแจ้งความก็โต้เถียงกันพอสมควร ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ได้สอบปากคำนายบัญชาฯ และพยาน พร้อมทั้งได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และในเวลาต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม พ.ศ.2552 นายบัญชาฯ ได้มีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ในเรื่องเดียวกัน

     ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือ ที่ ปช.0014/7254 ลงวันที่ 24 กันยายน2552 ถึงนายบัญชา สัทโธ แจ้ง มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ตามที่ท่านได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ว่านายมานะ จะยะสกุล เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สงขลา กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งสถานีตำรวจภูธรม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และต่อมาท่านได้มีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม มายังสำนักงาน ป.ป.ช. ในเรื่องเดียวกันนั้น

     คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติให้ส่งเรื่องให้ อธิบดีกรมสรรพสามิต ดำเนินการทางวินัย และสถานีตำรวจภูธรม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 31 เรื่อง การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ข้อ 6

     แล้วเรื่องราว “สรรพสามิตสงขลาหรือว่านักบิน” มาถึง “สรรพสามิตสงขลา อย่าปกป้องลูกน้อง” สุดท้าย “สรรพสามิตสงขลา ล่าเหยื่อที่สิงหนครจะจบลงอย่างไร” ได้เวลายุติ ถ้าอธิบดีกรมสรรพสามิต ทำตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการทางวินัย และ พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร ผบก.ภ.จว.สงขลา กำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรม่วงงาม ใส่ใจในคดีความ ขอเพียงให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรก็อยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

     และสิ่งที่“มหาวชิ14318” บ่นไปไม่เสียเปล่า อีกทั้งเพื่อให้สังคมรู้ว่ากฎหมายไม่ได้อยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่อย่างใด แต่กฎหมายอยู่ในมือของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ถ้าทุกคนรู้จักใช้ และใช้กฎหมายให้เป็นก็จะเกิดประโยชน์ต่อตัวเองและวงศ์ตระกูล อย่างเรื่องราวของนายบัญชา สัทโธ และญาติพี่น้อง ได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ยอมให้ผู้อื่นรังแกได้ ส่วนบทสรุปในเรื่องคดีความจะออกมาในรูปใด นายบัญชา สัทโธ และญาติพี่น้องก็อยู่ในสังคมได้อย่างไม่อายใคร...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ