OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ผ.อ.และคณะครู ร.ร.เกาะแต้วสงขลาถูกผู้ฝึกสอนกีฬาข่มขู่ทำร้ายจะช่วยได้อย่างไร

     ร.ร.เกาะแต้วพิทยาสรรค์ เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต1 เปิดสอนหลักสูตรปกติและหลักสูตรที่เน้นความสามารคพิเศษด้านกีฬา เฉพาะโครงการหลักสูตรที่เน้นความสามารคพิเศษด้านกีฬา ได้รับการอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามาในรูปแบบเงินอดหนุนตั้งแต่ปี 2547 ได้ดำเนินการโครงการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทางโรงเรียนไม่มีผู้ฝึกสอนชำนาญการเฉพาะทางด้านกีฬา(โค้ช) จึงได้ร่างระเบียบว่าด้วยการจ้างผู้ฝึกสอนกีฬาและเจ้าหน้าที่ทางธุรการ ไว้ดำเนินการในแต่ละปีงบประมาณ มีระยะเวลาจ้าง 1 ปี จนปัจจุบันมีโค้ชและเจ้าหน้าที่ 24 คน ผลงานทางด้านกีฬาเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เมื่อครบกำหนด 1 ปี ก็มีการประเมินผลการปฎิบัติงานลูกจ้าง ปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มีการพัฒนาและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนเป็นสำคัญ ทางโรงเรียนแต่งตั้งกรรมการ มีรอง ผอ.เป็นประธานและคณะกรรมการรวม 8 คน หลักเกณฑ์การประเมินแบ่งเป็น 3 ระดับ มีดีเยี่ยม ระดับดีและระดับที่ควรปรับปรุง ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวหัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬา และเจ้าหน้าที่ฯ มีส่วนร่วมในการวางหลักเกณฑ์ต่างยอมรับหลักเกณฑ์ที่วางไว้ จากผลการประเมินมีผู้ได้รับการประเมินทั้ง 3 ระดับ และยังคงจ้างโค้ชและเจ้าหน้าที่ชุดเดิมทุกคน แต่ก็เกิดความไม่พอใจ จึงได้ยื่นใบลาออกจากเป็นโค้ชและเจ้าหน้าที่ 12 คนต่อ ผอ.โรงเรียน

     การลาออกของลูกจ้างไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อลาออกก็จบกันนายจ้างก็หาคนใหม่เข้าไปทำหน้าที่ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่ที่โรงเรียนเกาะแต้วฯ ลูกจ้างลาออกไปแล้วตัวยังไม่ออกต้องพานักกีฬาโรงเรียนออกตามไป ด้วยเหตุผลโค้ชและนักกีฬาเป็นคนของ อบจ.สงขลา ผอ.โรงเรียนเกาะแต้วไม่ใช่เจ้าของโครงการกีฬา จึงเป็นที่มาของโค้ชกีฬาพาผู้ปกครองและนักเรียนโครงการกีฬาสร้างปัญหาก่อความไม่สงบในโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม เป็นต้นมา จนทางโรงเรียนเกรงว่าเหตุการณ์จะลุกลามไปมากอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงได้ประกาศปิดโรงเรียนเป็นการภายใน 29 และ30 ตุลาคม เป็นเวลา 2 วัน

     เอาเหตุการณ์ต่อไปนี้ตั้งเป็นโจทย์แล้วหาหนทางแก้ปัญหา โค้ชกีฬาและเจ้าหน้าที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นลูกจ้างไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2552 โดยวิธีลงชื่อรวมกันมาในกระดาษแผ่นเดียว ผอ.โรงเรียนต้องการให้ผู้ยื่นลาออกกลับไปทบทวนใหม่เพื่อความเข้าใจดีต่อกัน หากใครต้องการจะลาออกจริงก็ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการลาออกและให้มาพบ ผอ.โรงเรียน แต่ไม่มีใครมาพบกลับพากันไปร้องขอความเป็นธรรมต่อปลัด อบจ.สงขลา ในวันที่ 27 ตุลาคม 2552 ต่อมาปลัด อบจ.สงขลา ได้เชิญ ผอ.โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องเข้าพบเพื่อทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ได้แนะนำให้ ผอ.โรงเรียนเรียกโค้ชและเจ้าหน้าที่ทั้ง12 คน เข้าพบเป็นรายบุคคลเพื่อยืนยันว่าจะลาออกตามความประสงค์เดิมหรือไม่ หากประสงค์จะลาออกก็ให้เขียนใบลาออกเป็นการส่วนตัว ถ้าไม่ประสงค์ลาออกให้ทางโรงเรียนจ้างต่อ ถ้าไม่มาพบให้ถือว่าเป็นการยืนยันการลาออก

     เมื่อทางโรงเรียนทำหนังสือแจ้งไปให้มาพบ ผอ.โรงเรียนในวันที่ 28 ตุลาคม 2552 มีนายสัมพันธ์ โยธาทิพย์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬา เข้ามาพบ ผอ.โรงเรียน บอกให้ผอ.ไปพบโค้ชและเจ้าหน้าที่ที่ห้องประชุมโรงเรียนถ้าไม่ไปพบตามนี้ทุกอย่างจบ โค้ชและเจ้าหน้าที่ยืนยันลาออกทั้งหมด พร้อมพฤติกรรมข่มขู่ มุ่งร้ายต่อชีวิต กล่าวคำอาฆาต “ไว้วันเจอกันข้างนอกบอกคำเดียวมีเสียวแน่ ผอ.” และในเวลาต่อมานายสัมพันธ์ โยธาทิพย์ เรียกนักกีฬาฟุตบอลจำนวน 16 คนที่กำลังเรียนวิชาสุขศึกษา พาไปเก็บตัวไว้ที่ฝ่ายบริหารกิจการกีฬา ด้วยการบอกกับนักเรียนว่าโค้ชกีฬาทุกคนโดนไล่ออก เมื่อคณะผู้บริหารโรงเรียนทราบเรื่องจึงตามไปพบนักเรียนที่ฝ่ายบริหารกิจการกีฬา ปัญหาในวันนั้นกว่าจะแก้ไขลงได้ก็ใช้เวลาพอสมควร

     เรื่องน่าจะจบถ้าไม่พบว่านายปรีชา แก้วมณีโชติ พนักงานขับรถ ซึ่งจ้างด้วยเงินงบประมาณหลักสูตรกีฬา ได้นำรถยนต์ส่วนตัวพานักเรียนกีฬาส่วนหนึ่งออกไปนอกบริเวณโรงเรียน ทราบภายหลังว่านายสัมพันธ์ โยธาทิพย์ สั่งให้นำนักเรียนกีฬาพาไปเก็บตัวที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ส่วนนักเรียนกรีฑา มีนายเลอศักดิ์ อ่อนรอด ผู้ฝึกสอน พาไปเก็บตัวที่อำเภอหาดใหญ่ โดยอ้างว่านำนักเรียนไปเก็บตัวเพื่อการแข่งขัน

     จากโจทย์ที่ตั้งไว้หาคำตอบได้หรือไม่ว่าโค้ชกีฬาและเจ้าหน้าที่ได้ยื่นหนังสือลาออกไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2552 การกระทำต่างๆดังกล่าวของโค้ชกีฬาและเจ้าหน้าที่จากวันที่ลาออกจนถึงวันนี้มีความผิดหรือไม่อย่างไร การกระทำที่กล่าวมาถือว่าเป็นการกระทำของบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรของโรงเรียน แต่เป็นผลให้นำความเสื่อมเสียชื่อเสียงมาสู่โรงเรียน และอาจทำให้บุคคลภายนอกที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนและเสื่อมศรัทธาต่อโรงเรียนและคณะครูได้ สุดท้ายเชื่อว่าโค้ชและเจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำด้วยเจตนาดี หากแต่ต้องการเอานักเรียนกีฬาเป็นตัวประกัน เป็นเครื่องมือต่อรองกดดันผู้บริหารโรงเรียนเพื่อประโยชน์ของพวกตัวเองซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้คุณธรรม โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ โยธาทิพย์ มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้บริหาร ที่ผ่านมาวิธีการดังกล่าวเคยใช้ได้ผลกับผู้อำนวยการโรงเรียนคนก่อนจนต้องย้ายไป ทำให้เกิดความเหิมเกริม อย่ารอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลารีบสั่งการแก้ไขปัญหา “ประสานคน ประสานงาน ประสานความคิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงาน” น่าจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหานี้ เชื่อว่าผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ ไม่ถึงเวลาตาย ตามคำอาฆาตไว้ ถ้าปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาใส่ใจในปัญหาแล้วให้เวลาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ