OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ชาวสวนลำไยอำเภอแม่วาง ขวางทางใครต้นลำไยเกือบ 500 ไร่ กลายเป็นถ่าน

     ปี พ.ศ.2536 ชาวบ้านประมาณ 300 กว่าคนได้เข้าไปจับจองทำกินในที่ดินตำบลดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ในเนื้อที่ประมาณ 1400 ไร่ จับจองทำกินตามความสามารค ปลูกไม้ยืนต้น ลำไยเป็นพืชหลัก นอกนั้นยังมีต้นส้มโอ ขนุน ฝรั่ง มะพร้าว กระท้อน และผลไม้อื่นๆ ชาวบ้านอยู่รวมกันอย่างมีความสุขตามอัตภาพมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ชาวบ้าน 310 คน ได้รับหมายศาล คดีหมายเลขดำที่ ด 335/2547 ข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด ขับไล่ ระหว่างโจทก์ บริษัท เชียงใหม่ศุภมิตร จำกัด โดยนายวิชญ เชยะกุล ผู้รับมอบอำนาจ กับจำเลย นายอินทร์ ใจใหม่ กับพวกรวม 310 คน

     โจทก์บรรยายคำฟ้องอ้างเป็นเจ้าของที่ดินและมีสิทธิครอบครองที่ดิน 1,274 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการซื้อมาจากบุคคลผู้มีชื่อเมื่อประมาณปี 2538 โดยโจทก์จะได้เสนอหลักฐานต่อศาลในชั้นต่อไป และโจทก์ก็ได้ครอบครองที่ดินเหล่านี้ด้วยความสงบเรื่อยมา ที่ดินทั้งหมดนี้เป็นที่ดินซึ่งมีหลักฐานทางทะเบียนทั้งที่เป็นโฉนดที่ดิน และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ระบุว่าโจทก์เป็นเจ้าของรวม และเป็นที่ดินซึ่งมิได้มีหลักฐานทางทะเบียนใดๆ ซึ่งนับตั้งแต่โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นต้นมา โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันดูแลและเพื่อเป็นการตอบแทนโจทก์ได้ยินยอมให้จำเลยทั้งหลายเหล่านั้นเข้ามาอาศัยและทำกิน โดยไม่มีค่าตอบแทนแต่มีเงื่อนไขสำหรับจำเลยทั้งหมดว่าจะต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินแปลงนี้ของโจทก์อย่างไม่มีข้อแม้เมื่อได้รับคำบอกกล่าวจากโจทก์ จำเลยทั้งหมดตกลง ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้ง 310 คนอยู่อาศัยเนื่องจากต้องการให้ผู้อื่นเช่า จึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปหลายครั้งหลายครา จำเลยทั้ง 310 คนทราบแล้วแต่ก็ได้เพิกเฉย ซึ่งเป็นการจงใจละเมิดต่อสิทธิแห่งความเป็นเจ้าของและสิทธิครอบครองบนที่ดินดังกล่าวของโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนเป็นเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงฟ้องบังคับจำเลยให้ขนย้ายออกไป ให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

     เมื่อชาวบ้านได้รับคำฟ้องจึงรวมกันร้องเรียกหาความยุติธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอยู่กันมานานยังไม่มีใครได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินเนื่องจากที่ดินดังกล่าวชาวบ้านได้เข้ามาจับจองทำกิน แต่คำฟ้องที่ได้รับ บริษัท เชียงใหม่ศุภมิตร จำกัด อ้างว่ามีหลักฐานทางทะเบียน ด้วยการซื้อมาจากบุคคลผู้มีชื่อเมื่อประมาณปี 2538 นายอำเภอแม่วาง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีกรมที่ดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการกฤษฎีกา สภาทนายความ และนายกรัฐมนตรี คือที่พึ่งที่ชาวบ้านดอนเปาที่พวกเขาคิดว่าน่าจะช่วยได้ ด้วยข้อเรียกร้องให้ช่วยเหลือและตรวจสอบการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ในทางคดีศาลวินิจฉัยเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

     ส่วนอำเภอแม่วางมีหนังสือที่ ชม 2219/2882 แจ้งผลการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ราษฎรร้องเรียน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ได้สรุปข้อเท็จจริงพร้อมความเห็น และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้จังหวัด ปรากฏข้อเท็จจริงว่าที่ดินบางแปลงออกตามโครงการเดินสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2522 ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยไม่ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าแม่ขาน-แม่วาง) ทั้งแปลง บางแปลงอยู่คาบเกี่ยวระหว่างป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าแม่ขาน-แม่วาง) และป่าไม้ถาวร (ป่าสันป่าตอง หรือป่าแม่ขาน-แม่วาง) ทั้งแปลง และบางแปลงอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร(ป่าสันป่าตอง หรือป่าแม่ขาน-แม่วาง) ทั้งแปลง ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2536 ให้จำแนกที่ดินบริเวณนี้ออกจากเขตป่าไม้ถาวร

     อำเภอแม่วางพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความปรากฏว่าการออก น.ส.3ก เป็นการออกโดยขัดต่อตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งห้ามเดินสำรวจในเขตป่าไม้จึงเป็นการออก น.ส.3ก ไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นควรพิจาณาเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อมากรมที่ดินมีหนังสือที่ มท 0516.2/10338 ถึง ผจว.เชียงใหม่ มีความเห็นให้ยุติเรื่องการแก้ไขเพิกถอน น.ส.3ก ดังกล่าว เนื่องจากข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณีตามมาตรา 54(4) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ที่คู่กรณีอาจร้องให้พิจารณาใหม่ เนื่องจากที่ดินบางแปลงคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จำแนกที่ดินออกจากเขตป่าไม้ถาวร

     ปัญหาความขัดแย้งแย่งสิทธิในที่ดินที่ชาวบ้านเข้าไปจับจอง กับบริษัท เชียงใหม่ศุภมิตร ที่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อไป แต่เรื่องที่ต้นลำใยของชาวบ้านถูกไฟไหม้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม “มหาวชิ14318” เห็นมากับตาพบว่าต้นลำไยถูกไฟไหม้ไปไม่น้อยกว่า 500 ไร่ ใครไม่เห็นกับตาอาจคิดว่าเกิดไฟป่าขึ้นก็ได้เพราะบริเวณเกือบ 2,000 ไร่ มีทั้งต้นลำไยและสถานที่รกร้างว่างเปล่าต้นหญ้าและวัชพืชขึ้นอยู่เต็มไปทั่วบริเวณ สำหรับคนที่พบเห็นคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เพราะบริเวณที่โดนไฟไหม้เป็นต้นลำไยทั้งสิ้น ส่วนบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าไม่ถูกไฟไหม้เลย ชาวสวนลำไยอำเภอแม่วาง ขวางทางใครต้นลำไยเกือบ 500 ไร่ กลายเป็นถ่าน ไม่ถามให้ใครตอบแต่ขอสาปแช่งคนวางเพลิงเผาต้นลำไยชาวบ้านเป็นคนทำลายชาติ ทำลายแผ่นดิน ลำไยเกือบ 500 ไร่ ออกดอกสวยงามอีกไม่นาน ลำไยรสหวานของชาวบ้านทุ่งศาลา ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ อาจได้ส่งไปขายต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ประเทศชาติ ถ้าไม่สาปแช่งคนวางเพลิงเป็นพวกทำลายชาติ ไม่รู้จะด่าว่าอย่างไร...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ