OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ต้นไม้ปลูกในโครงการตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ฯ ที่อ่างทองไม่ปกป้องดูแลแล้วยังทำลาย...ทำได้อย่างไร

     ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ลดลงจนเหลืออยู่น้อยมาก ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ที่เป็นสิ่งเชื่อมโยงของทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ อันได้แก่ดิน น้ำ สัตว์ป่า เมื่อทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้สมบูรณ์ จะเป็นสิ่งเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่าป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆถูกแผ้วถางทำลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทรงมีพระราชดำริให้มีการชักชวนประชาชนทั่วไป และข้าราชการส่วนต่างๆร่วมกันปลูกป่า และให้ร่วมกันรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้รู้สึกรัก และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ที่ร่วมกันปลูกขึ้น และที่มีอยู่ก่อน พระองค์ทรงปลูกป่าด้วยพระองค์เองพร้อมพระราชทานโครงการนี้ว่า “โครงการป่ารักษ์น้ำ”

     ทุกภาคส่วนต่างตระหนักถึงสภาพปัญหาของพื้นที่ป่าไม้ ที่มีเหลืออยู่น้อย โดยเฉพาะภาครัฐได้อนุมัติเงินงบประมาณดำเนินการผลิตกล้าไม้ เพื่อสนับสนุนการปลูกต้นไม้ตามพระราชเสาวนีย์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึก ร่วมกันฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว จากการร่วมมือของทุกภาคส่วนร่วมใจกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ สนองพระราชเสาวนีย์ฯ เพื่อลดปัญหาโลกร้อนอีกด้วย ทำให้พระองค์ทรงปลาบปลื้มที่เห็นคนไทยตื่นตัวกับปัญหาป่าไม้มากขึ้น ทรงเน้นย้ำให้ตระหนักถึงปัญหาขาดแคลนน้ำจืดในอนาคต หากป่าไม้หมดไป

     ด้วยพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณค่าอย่างยิ่งแก่ประเทศ และประชาชนอีกนานัปการ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงตระหนักถึงภัยต่างๆที่คุกคามความผาสุกของประชาราษฎร์ จึงทรงเป็นที่มาของโครงการตามพระราชดำริจำนวนมาก เช่น โครงการป่ารักษ์น้ำ โครงการสวนป่าสิริกิติ์ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และอีกหลายโครงการ แสดงถึงปณิธานอันแน่วแน่ ที่ทรงปกปักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรของธรรมชาติ ให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นสมบัติของชาติ เป็นมรดกแก่ลูกหลานในอนาคต และอำนวยความสุขแก่วิถีชีวิตของราษฎร โดยเฉพาะที่สำคัญทรงป้องกันปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอันเป็นภัยของโลกด้วย

     จังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ประชาชนเตรียมใจรับภัยพิบัติจากปัญหาน้ำท่วม เกือบทุกพื้นที่ในจังหวัดได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบให้ประชาชนไร้ที่ทำมาหากิน และไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย แต่ด้วยจังหวัดอ่างทอง เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา อีกทั้งเป็นแหล่งกระจายสินค้า ทำให้สังคมมีคุณภาพ ประชาชนอยู่ดีมีสุข ดังคำขวัญที่ว่า “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรชนไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักรสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน” ทำให้เห็นวิถีชิวิตแต่เก่าก่อนได้เป็นอย่างดี

     และที่ตำบลองค์รักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง สองฝั่งถนนทางหลวงชนบทสาย 4010 บริเวณปากคลองชลประทานบ้านหงส์ หมู่ที่ 5 ถึงหมู่ที่ 8 มีการตัดต้นไม้ที่ปลูกไว้ในโครงการตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ประชาชนร่วมกันไว้ต้นไม้ที่ถูกตัดไปจำนวน 168 ต้นมีขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-10 นิ้ว ซึ่งทาง อบต.องค์รักษ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้ใหญ่บ้านกับพวกร่วมกันตัดต้นไม้ดังกล่าว ทาง อบต.องค์รักษ์ ได้มีหนังสือที่ อท 75301/75 ถึงให้นายจีระวัฒน์ แช่มช้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 แจ้งให้งดตัดต้นไม้บริเวณดังกล่าว ด้วยเห็นว่าไม่สมควรเนื่องจากต้นไม้เจริญเติบโต ออกดอกสวยงาม อีกทั้งถนนสายดังกล่าวเคยได้รับรางวัลประเภทถนนสวยงาม อันดับ 2 ระดับประเทศ เมื่อปี 2552 รับรางวัลจากนายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มาแล้ว สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะพี่น้องชาวตำบลองค์รักษ์ ที่เป็นผู้ดูแล เฝ้าระวังรักษา และประการสำคัญเป็นโครงการตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงไม่มีเหตุอันควรตัดต้นไม้ในบริเวณดังกล่าว

     เรื่องนี้น่าจะมีปัญหามาจากความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ เห็นทีต้องเป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการดำเนินการให้ถูกต้องและเป็นธรรม ถ้าสิ่งที่ชาวบ้านบอกว่าเรื่องนี้ได้แจ้งไปที่สำนักงานทางหลวงชนบทอ่างทอง แล้วได้รับคำตอบว่าไม่มีใครมาขออนุญาตตัดต้นไม้บริเวณดังกล่าว และเมื่อมีการตัดไม้แล้วก็แล้วไป ถ้ามีการตัดกันใหม่ก็ให้แจ้งที่สำนักงานฯ เป็นเรื่องจริง เห็นว่า สำนักงานทางหลวงชนบทอ่างทอง ไม่ปฏิบัติตาม พรบ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ขอฝากไปถึงผู้มีหน้าที่ พิจารณา ตามมาตรา 4 มาตรา 9 มาตรา 43 ห้ามมิให้ขุด ขน ทำลาย หรือทำให้เสียหายแก่ทางหลวง หรือวัตถุสำหรับใช้งานทาง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวง หรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง และมาตรา 71 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรมก็จะทำให้สังคมมีแบบอย่างในการปฎิบัติประชาชนในพื้นที่จะไม่ขัดกันเองสร้างปัญหาให้กับสังคมอีกต่อไปอย่างเช่นทุกวันนี้ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าดี ต้นไม้ปลูกในโครงการตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ฯ ที่อ่างทองไม่ปกป้องดูแลแล้วยังทำลายทำได้อย่างไร เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ?



เอกสารตอบกลับ



ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ