OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ถนนริมเลสายสงขลา-หัวไทรให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด

     ถนนสายสงขลา-หัวไทรเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ระยะทางประมาณ 100 ก.ม. นับจากเชิงสะพานติณสูลานนท์ เขตอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ถึง อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะเป็นถนนสายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในความรู้สึกของคนทั่วไทยที่รู้จักเส้นทางสายนี้แล้วในวันนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นสายเศรษฐกิจอีกด้วยเนื่องจากสองฝั่งถนนในอดีตจะเป็นแหล่งปลูกข้าวของชาวนา แต่ต่อมาได้เปลี่ยนจากนาข้าวกลับกลายเป็นนากุ้ง เนื่องจากนาข้าวเกษตรกรเห็นว่ารวยช้าหรือไม่มีโอกาสรวยเลย จากนาข้าวกลายเป็นนากุ้ง สองฝั่งถนนในอดีตเมื่อผ่านไปมาในฤดูทำนาจะพบว่านาข้าวเขียวขจีดูสวยงามเป็นธรรมชาติที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของผู้คนในระแวกนั้น เมื่อนาข้าวกลายเป็นนากุ้งทุกสรรพสิ่งที่เป็นธรรมชาติในอดีตหาดูไม่ได้เลย สองฝั่งถนนสายเลียบฝั่งคาบสมุทรสทิงพระ จึงมีแต่นากุ้งที่เต็มไปด้วยเครื่องจักร ทั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าและเครื่องผลิตอ็อกชิเจน และอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงกุ้ง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่มีข้อสรุปได้ว่าอดีตดีกว่าวันนี้หรือวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน

     สำหรับชาวบ้านในระแวกนั้นในวันนี้จะมีสักกี่มากน้อยที่เป็นคนพื้นที่ดั้งเดิม ความเจริญเข้าพามักจะพาวิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป ความสะดวกสบายความร่ำรวยชาวบ้านพบได้ชั่วระยะเวลาไม่มากนัก ผืนนาที่มีอยู่กลับกลายเป็นรถจักรยานยนต์บ้าง รถยนต์บ้างรวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เมื่อผืนแผ่นดินเปลี่ยนเจ้าของวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงตาม ความสะดวกสบายที่มีกลายเป็นทุกขลาภไปบ้างในบางเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ทุกคนต้องระมัดระวังดูแลตัวเองและคนในครอบครัว ที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงได้บ้าง ความเป็นอยู่ในปัจจุบันคนในระแวกนั้นรับสภาพความเป็นจริงได้

     บ้านเป็นที่อยู่อาศัย ผืนนาผืนไร่ไว้เป็นที่ทำกิน ถนนหนทางเป็นที่สัญจรไปมา ถนนแคบรถผ่านไปมามากไม่สะดวกปัญหาแก้ไขได้ ขยายถนนให้กว้างเพื่อรองรับการเดินทางสัญจรไปมา การขยายถนนเพิ่มช่องทางจราจรบนถนนสายสงขลา-หัวไทรเริ่มทำไปบ้างแล้ว โดยเริ่มในพื้นที่อำเภอสิงหนคร ไปถึงอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ส่วนถนนช่วงอำเภอระโนดของจังหวัดสงขลาไปจนถึงอำเภอหัวไทรในจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังขาดงบประมาณหรืออย่างไร ถนนสายนี้มีระยะทางไม่เกิน100 กิโลเมตรยังไม่เสร็จเสียทีจึงทำให้การคมนาคมจากจังหวัดสงขลาไปจังหวัดนครศรีฯ ช่วงระโนด-หัวไทรสภาพถนนยังเป็นสองช่องทางจราจรรถวิ่งสวนทางกันทำให้ช่วงนั้นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ขับขี่ต้องใส่ใจในกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้การขับขี่รถ ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ เว้นแต่ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง หรือถูกปิดการจราจร

     แต่บนถนนสายสงขลา-หัวไทร ไม่เป็นไปตามนั้น กลับพบว่าในช่องทางเดินรถด้านซ้ายในบางช่วงบางตอนมีพ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่บนถนนช่องซ้ายกลายเป็นตลาดรับซื้อกุ้ง มีการนำรถสิบล้อห้องเย็นจอดไว้ช่องทางเดินรถด้านซ้ายล้ำเข้ามาเกือบถึงกึ่งกลางถนน มีรถกระบะจอดรับส่งกุ้งจากการจับจากนากุ้งที่เจ้าของนำมาขายบนถนนในช่องเดินรถด้านซ้ายและบริเวณหัวท้ายมีรถกระบะจอดรอขนย้ายหลายคัน อีกทั้งมีการกางเต้นเพื่อเป็นที่พักกุ้งรอคัดขนาดและชั่งน้ำหนักก่อนนำขึ้นรถสิบล้อห้องเย็นที่จอดรออยู่ ทำให้ตรงจุดนั้นช่องทางจราจรใช้ได้ช่องทางเดียว และพบว่าพ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่บนถนนช่องซ้ายรับซื้อกุ้ง ตลอดระยะทางช่วงระโนดถึงหัวไทร มีตลอดเส้นทาง เมื่อสอบถามชาวบ้านในระแวกนั้นว่ามีความคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรกับการที่พ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่ถนนรับซื้อกุ้ง หลายคนหลายคำตอบ แต่เนื้อหาสรุปได้ว่าจะไปทำอะไรเขาได้ เมื่อถามว่าไม่รู้สึกอันตรายหรือ หลายคนตอบว่าอย่าพูดถึงอันตรายเลย ความตายเกิดจากมองข้างหน้าไม่เห็นเป็นศพมามากมายกลายเป็นความเคยชินไม่เห็นมีใครคิดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลายคนในพื้นที่คิดจะร้องเรียนแต่ก็มีเสียงทักถึงอันตรายในภายหน้าว่าไม่คุ้ม

     ไม่อยากพูดถึง พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนจะบัญญัติว่าอย่างไร ไม่น่ามีความหมายเมื่อผู้ใช้บังคับไม่นำมาปฎิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด “มหาวชิ14318” ขอถามแทนชาวบ้านที่ไม่กล้าถามว่าถนนริมเลสายสงขลา-หัวไทรให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด 6 คน 6 ท่านดังต่อไปนี้ช่วยแก้ปัญหาที ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและสงขลา สั่งนายอำเภอเจ้าของพื้นที่ ว่าต่อไปนี้ขออย่าให้มีพ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่บนถนนช่องซ้ายรับซื้อกุ้ง ส่วนผู้บังคับการตำรวจสองจังหวัด ถ้าจะขจัดปัญหาเคลือบแคลงใจว่าตำรวจในพื้นที่ได้ประโยชน์จากการไม่จับปรับผู้กระทำผิด จะทำอย่างไรแล้วแต่ท่านผู้การจังหวัดจะพิจารณา ส่วนผู้อำนวยการแขวงการทางสงขลาและแขวงการทางนครศรีฯช่วยตอบทีว่าปล่อยให้มีการทำเช่นนี้ได้อย่างไร อย่าบอกว่าไม่พบเห็นผู้กระทำผิดดังกล่าวในพื้นที่ เพราะจากการสอบถามชาวบ้านว่าในการยึดพื้นที่พ่อค้าแพกุ้งบนถนนช่องซ้าย ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน เวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับการจับกุ้งขายบ่อเล็กหรือบ่อใหญ่แต่โดยทั่วไปที่ผ่านมาใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 -5 ชั่วโมงในการจับกุ้งจากบ่อนำมาคัดขนาดพร้อมชั่งขาย และเชื่อว่าต่อไปในถนนสายนี้คงไม่มีพ่อค้าแพกุ้งยึดถนนทำเป็นที่รับซื้อกุ้งอีกต่อไป ถ้ายังมีอีก ความเคลือบแคลงใจว่าใครได้ประโยชน์จากพ่อค้าแพกุ้งยึดถนน คงจะมีคำตอบอยู่ในใจของคนทั่วไปที่เดินทางสัญจรผ่านไปมา...

      ในการนี้จังหวัดขอรายงานผลการดำเนินการในเบื้องต้นว่า จังหวัดได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดูแลการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ซึ่งรับผิดชอบดูแลโรงงานอุตสาหกรรม ตำรวจภูธรจังหวัด และเทศบาลตำบลพะวง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ดังกล่าว จากกรณีที่เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากน้ำเน่าเสียในบริเวณคลองวงไหลลงทะเลสาบสงขลาเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยในบริเวณคลองวงและบริเวณใกล้เคียงโดยด่วน ตามที่ได้มีการร้องเรียน และทั้งนี้ จังหวัดจะได้รายงานผลความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทราบในโอกาสต่อไป
     อีกอย่างที่ต้องฝากไว้ ถ้าเมื่อไรตำรวจจับกุมคนร้ายปาหินได้ ลองสอบถามถึงสาเหตุอย่างเปิดใจว่าทำไมถึงต้องเลือกปาหินใส่เฉพาะรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ถ้ามีใครบอกว่า รถทัวร์ชอบปล่อยน้ำโสโครกใส่ขณะพวกตนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ใกล้ชิดขอบทาง หรือรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ วิ่งขวาพุ่งเข้าใส่ และบางครั้งแซงแล้วปาดหน้าพวกขับมอเตอร์ไซค์อย่างกระชั้นชิด โดยไม่สนใจกับมอเตอร์ไซค์ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง หากสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเรื่องที่ว่าถึงเวลาที่ต้อง “สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน” ขออย่าโทษคนร้ายที่ก่อคดี ปาหิน เป็นฝ่ายผิดเพียงฝ่ายเดียว ให้ผู้คนทั่วไปที่ขับรถยนต์ขนาดใหญ่ใส่ใจกับคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บ้าง โดยเฉพาะรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ อย่าเห็นว่าพฤติกรรมในการขับขี่รถที่ผ่านมา ตำรวจไม่จับเพราะมีการปรับกันเป็นรายเดือนแล้ว ถ้าคิดกันอย่างนี้คดีคนร้ายปาหินใส่รถยนต์ ไม่จบลงง่ายๆ…

 

ภ.จว.สงขลาแจ้งถนนสายสงขลา-หัวไทร

ที่ สข 0029.02/11247 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

90000

26 พฤศจิกายน 2553

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบ

เรียน นางวัชรี อติเปรมานนท์

อ้างถึง หนังสือ องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ ตกช. 009/2553

ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553

 

ตามหนังสืออ้างอิง ขอความร่วมมือให้ทำการตรวจสอบกรณีบนถนนสายกลางสงขลา - หัวไทร มีพ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่บนถนนช่องซ้ายกลายเป็นตลาดรับซื้อกุ้ง และมีการนำรถสิบล้อห้องเย็นจอดไว้ ช่องทางเดินรถด้านซ้ายล้ำเข้ามาเกือบถึงกึ่งกลางถนน ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร แจ้งให้ทราบด้วยนั้น

ขอเรียนว่า เรื่องดังกล่าว ได้ทำการตรวจสอบฯแล้ว ซึ่งจากรายงานผลการตรวจสอบฯ ในช่วงวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2553 พบการกระทำผิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามที่มีการร้องเรียนจำนวน 1 ราย จึงได้ดำเนินการจับกุมนายหนะแหว หมีคง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จำหวัดนครศรีธรรมราช ในความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 นายหนะแหวฯผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคดีเปรียบเทียบ จราจร 170/2553 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 เป็นเงิน 200 บาท ตามใบเสร็จรับเงินเลขที่ 010 เล่มที่ 11198 และจะได้ดำเนินการกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

พันตำรวจเอก

(วิสูตร นาคจู)

รองผู้บังคับการฯ ปฏิบัติราชการแทน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

 

ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

โทร. 074-322610





เอกสาร แขวงการทางสงขลา

ที่ คค ๐๖๓๐.๒ (ส.๓) / ๒๕๐๔ แขวงการทางสงขลา กรมทางหลวง

•  ถนนปละท่า ตำบลบ่อยาง

อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ๙๐๐๐๐

๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบ

เรียน กรรมการบริหารองค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

อ้างถึง หนังสือองค์การตรวจสอบฯ ที่ ตกช.๐๐๗ / ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ตามหนังสืออ้างอิง องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แจ้งให้ตรวจสอบ และแจ้งข้อเท็จจริงการร้องเรียนทางกรณีหนังสือพิมพ์สยามรัฐ คอลัมน์ “ เสียงบ่น ปนเสียงด่า ” ฉบับที่ ๒๐๙๘๙ ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ เรื่อง “ ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด ” ตามละเอียดแจ้งแล้วนั้น

แขวงการทางสงขลา ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวแล้ว ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้

๑. ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ดังกล่าวข้างต้น คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘ ตอนปากระวะ – ทางแยกเข้าระโนด ระหว่าง กม.๗๑ + ๘๘๐ มาตรฐานทางชั้น ๓ ผิวจราจรลาดยางกว้าง ๗.๐๐ ม.ไหล่ทางลาดยาวกว้างข้างละ ๑.๕๐ ม.

๒. สภาพพื้นที่สองข้างทางหลวงประชาชนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง มีพื้นที่จำกัดสำหรับจอดรถ ดังนั้นพ่อค้าที่รับกุ้งจากเกษตรกรที่แหล่งผลิต จะต้องนำรถบรรทุกห้องเย็นจอดบริเวณไหล่ทางหลวง (ไม่ได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด) โดยใช้เวลาในกาซื้อกุ้งประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง ในเวลากลางวันเท่านั้น จุดซื้อขายมีประมาณ ๑ - ๒ จุด และไม่ได้ซื้อขายทุกวัน

๓. แขวงการทางสงขลา ได้ชี้แจงพ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.๒๕๓๕ และ ฉบับแก้ไขครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๙ มาตรา ๔๔ และได้กำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจรและไหล่ทาง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

 

(นายสำราญ สินธูระหัฐ)

ผู้อำนวยการแขวงการทางสงขลา

 

งานสถิติ

โทร. ๐ - ๗๔๓๒ - ๑๒๐๔ , โทรสาร ๐ - ๗๔๓๑ - ๑๗๙๐

 

 

แขวงการทางสงขลา มีหนังสือที่ที่ คค 0630.2 (ส. 3 )/ 2504 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 แจ้งว่ากรณีหนังสือพิมพ์สยามรัฐ คอลัมน์ “ เสียงบ่น ปนเสียงด่า ” ฉบับที่ 20989 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 เรื่อง “ ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด ” ตามละเอียดแจ้งแล้วนั้น แขวงการทางสงขลา ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวแล้ว ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้ ๑. ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ดังกล่าวข้างต้น คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘ ตอนปากระวะ – ทางแยกเข้าระโนด ระหว่าง กม.๗๑ + ๘๘๐ มาตรฐานทางชั้น ๓ ผิวจราจรลาดยางกว้าง ๗.๐๐ ม.ไหล่ทางลาดยาวกว้างข้างละ ๑.๕๐ ม. ๒. สภาพพื้นที่สองข้างทางหลวงประชาชนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง มีพื้นที่จำกัดสำหรับจอดรถ ดังนั้นพ่อค้าที่รับกุ้งจากเกษตรกรที่แหล่งผลิต จะต้องนำรถบรรทุกห้องเย็นจอดบริเวณไหล่ทางหลวง (ไม่ได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด) โดยใช้เวลาในกาซื้อกุ้งประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง ในเวลากลางวันเท่านั้น จุดซื้อขายมีประมาณ ๑ - ๒ จุด และไม่ได้ซื้อขายทุกวัน ๓. แขวงการทางสงขลา ได้ชี้แจงพ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.๒๕๓๕ และ ฉบับแก้ไขครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๙ มาตรา ๔๔ และได้กำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจรและไหล่ทาง จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ นายสำราญ สินธูระหัฐ ผู้อำนวยการแขวงการทางสงขลา





เอกสาร แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑

ที่ คค ๐๖๒๙.๑. / ส.๓ / ๒๑๗๘ แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑

ถ.กะโรม ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง

จ.นครศรีธรรมาราช ๘๐๐๐๐

๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทางหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

เรียน กรรมการบริหารองค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

อ้างถึง หนังสือ ที่ ตกช.๐๐๘ / ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ตามหนังสืออ้างอิง องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแจ้งตามที่หนังสือสยามรัฐ คอลัมน์ “ เสียงบ่น ปนเสียงด่า ” ฉบับที่ ๒๐๙๘๙ ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ หัวข้อ “ ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด ” ดังรายละเอียดแจ้งแล้วนั้น

แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑ ขอเรียนชี้แจงว่า ทางสายดังกล่าว คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘ ตอน หัวไทร – ปากระวะ ระหว่าง กม.๖๐ + ๐๗๒ - กม.๗๑ + ๘๘๐ ระยะทาง ๑๑.๘๐๘ กม. มาตรฐานทางชั้น ๓ ผิวจราจร ลาดยาง กว้าง ๗.๐๐ ม. ไหล่ทางลาดยาง กว้างข้างละ ๒.๐๐ ม. สภาพสองข้างทางเป็นพื้นที่ลุ่มมีประชาชนบางส่วนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง พ่อค้าที่รับซื้อกุ้งจากเกษตรกรจำเป็นต้องนำรถเย็นเข้าจอดบริเวณไหล่ทางหลวง ซึ่งมิได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด และเมื่อนำรถห้องเย็นเข้าจอดแล้วจะนำกรวยยางไปวางไว้เพื่อให้รถวิ่งผ่านไป - มา ได้มองเห็น โดยใช้เวลาครั้งละประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง ในเวลากลางวันเท่านั้น และไม่ได้ซื้อขายกันเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับปริมาณการจราจรในสายทางมีไม่มากนัก จึงไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุในขณะที่รับซื้อกุ้ง แต่อย่างไรก็ตาม แขวงฯ ได้กำชับให้หมวดการทางหัวไทรที่ ๒ ซึ่งรับผิดชอบเส้นทางดังกล่าว ได้ชี้แจงให้พ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.๒๕๓๕ และ ฉบับแก้ไขครั้งที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๙ มาตรา ๔๔ และได้กำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจร

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

 

(นายถนัด บ่วงดักใจ)

ผู้อำนวยการแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑

 

งานสถิติ

โทร. ๐ - ๗๕๓๔ - ๑๑๓๘ ต่อ ๕

โทรสาร. ๐ข๗๕๓๔๕ - ๖๖๙๙

 

 

แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 มีหนังสือที่คค 0629.1/ ส. 3/2178 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 แจ้งตามที่หนังสือสยามรัฐ คอลัมน์ “ เสียงบ่น ปนเสียงด่า ” ฉบับที่ 20989 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 หัวข้อ “ ถนนริมเลสายสงขลา – หัวไทร ให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด ” ดังรายละเอียดแจ้งแล้วนั้น

แขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 ขอเรียนชี้แจงว่า ทางสายดังกล่าว คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 ตอน หัวไทร – ปากระวะ ระหว่าง กม. 60+072 - กม. 71+880 ระยะทาง 11.808 กม. มาตรฐานทางชั้น 3 ผิวจราจร ลาดยาง กว้าง 7 . 00 ม. ไหล่ทางลาดยาง กว้างข้างละ 2.00 ม. สภาพสองข้างทางเป็นพื้นที่ลุ่มมีประชาชนบางส่วนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง พ่อค้าที่รับซื้อกุ้งจากเกษตรกรจำเป็นต้องนำรถเย็นเข้าจอดบริเวณไหล่ทางหลวง ซึ่งมิได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด และเมื่อนำรถห้องเย็นเข้าจอดแล้วจะนำกรวยยางไปวางไว้เพื่อให้รถวิ่งผ่านไป - มา ได้มองเห็น โดยใช้เวลาครั้งละประมาณ 2-3 ชั่วโมง ในเวลากลางวันเท่านั้น และไม่ได้ซื้อขายกันเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับปริมาณการจราจรในสายทางมีไม่มากนัก จึงไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุในขณะที่รับซื้อกุ้ง แต่อย่างไรก็ตาม แขวงฯ ได้กำชับให้หมวดการทางหัวไทรที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบเส้นทางดังกล่าว ได้ชี้แจงให้พ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 และ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 2 พ.ศ. 2549 มาตรา 44 และได้กำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจร จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ นายถนัด บ่วงดักใจ ผู้อำนวยการแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ