OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ปุ๋ยปลอมระบาดที่เพชรบูรณ์

     “ปัญหาของชาวไร่ ชาวนา คือปัญหาของประเทศ” เนื่องจากชาวไร่ ชาวนาในเวลานี้มีไม่น้อยกว่า 5 ล้านครอบครัว และความจริงของวันนี้คนไทยกว่า 5 ล้านครอบครัวยังมีฐานะยากจนจัดเป็นกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาส จึงทำให้ประเทศไทยวันนี้ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนา ก้าวไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาไม่ได้สักที เมื่อคนส่วนใหญ่ยังคงด้อยโอกาส โดยเฉพาะชาวไร่ ชาวนา มีคนบอกว่าเป็นคนหัวอ่อน ว่านอน สอนง่าย ความจริงไม่ใช่ ชาวนา ชาวไร่มีความคิดเหมือนคนทุกชนชั้นเพียงแต่ความคิดของชาวไร่ชาวนา เป็นลักษณะคิดได้ ทำไม่ได้ เนื่องจากชาวไร่ ชาวนาถูกวัฒนธรรมการปกครอง กำหนดกดไว้ให้เป็นชนชั้นถูกปกครอง ผู้ปกครองกำหนดให้เป็นไปอย่างไรก็กำหนดได้ดังใจคิด ทำให้การนำพาประเทศของชนชั้นนักปกครองก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า

     เมืองไทยคนมีอาชีพทำนา ทำไร่ คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่คนส่วนใหญ่เหล่านี้ทำอะไรในสังคมไทยได้บ้าง คนไทยหลายสาขาอาชีพมีสิทธิเรียกร้อง และการเรียกร้องของคนกลุ่มนั้นมักจะได้รับการตอบสนองของผู้มีอำนาจในรัฐ แต่ชาวนามีปัญญาเรียกร้องหาสิทธิของตัวเองได้บ้างหรือไม่ “สิทธิชาวนา” ยังหาไม่เจอในพจนานุกรม และยังหาไม่เจอห่างอีกไกลกับจิตสำนึกของผู้นำรัฐบาล เพียงแค่คำหวานเพื่อหว่านล้อมในคราวหาคะแนนเสียงในช่วงฤดูเลือกตั้งที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อยๆ การพัฒนาสินค้าเกษตร ต้องเอาเกษตรกรเป็นศูนย์ ฟังแล้วได้ใจจริงๆ ยิ่งชาวนา ที่มีคำจำกัดความไว้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ผู้ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับ1 ของโลกมากว่า 20 ปี แล้วชาวนาวันนี้มีอะไร อันดับความจนยังคงที่ ความอดทนยังคงเดิม

     ว่ากันว่าใครผู้ใดเบียดเบียนชาวนาถือเป็นบาปหนาอันยิ่งใหญ่ แล้วปัญหาชาวนาถูกเบียดเบียนก็เป็นข้อครหาขึ้นมาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสมจิตร รอดแสวง อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่5 ต.ระวิง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นชาวนาเต็มขั้น อาชีพทำนาปลูกข้าวมาตั้งแต่คราวพ่อแม่ปู่ยาตายาย ทำนาเรื่อยมาพัฒนาการทำนาจากทำนาใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ผลผลิตออกมาไม่ได้ดังใจเห็นคนส่วนใหญ่ใส่ปุ๋ยเคมีก็เห็นดีตามกัน ใช้ปุ๋ยเคมีปลูกข้าวมาช้านานผลผลิตที่ผ่านมาเหมือนเช่นชาวนาทั่วไปทำนาได้ข้าว ไม่ได้เงินแต่ก็ต้องทำนาต่อไปด้วยยึดมั่นในอาชีพที่ต้องทำ

     นางสมจิตรฯ ได้ไปซื้อปุ๋ยเคมี ที่ร้านอุดมรัตน์ การเกษตร อยู่ที่ 95 หมู่ที่1 ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นปุ๋ยเคมี ตรากระต่าย สูตร 16-20-0 เมื่อนำไปหว่านในนาข้าวปรากฏว่าปุ๋ยเคมีดังกล่าวหลังจากหว่านลงไปในนาได้สักครู่ปุ๋ยกลับลอยขึ้นมาเหนือน้ำจึงกลับไปปรึกษากันในครอบครัว และจากการพุดคุยกันทราบว่าเวลานี้ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีปุ๋ยปลอมระบาดกันอยู่หลายพื้นที่ทำให้ตนเกิดความวิตกว่าตัวเองโดนเข้าแล้วจึงนำปุ๋ยเคมีกลับมาคืนที่ร้านอุดมรัตน์ การเกษตร ทางเจ้าของร้านจึงรับปากจะแก้ปัญหาขอให้รอ

     ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากบริษัท เจียไต๋ จำกัด แจ้งให้ทราบว่า สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มีหนังสือที่ กษ 0916.003.1/4063 แจ้งเรื่องผลการทดสอบตัวอย่างปุ๋ย อ้างถึงหนังสือขอวิเคราะห์ปุ๋ยเพื่อขึ้นทะเบียนของท่าน ลงวันที่ 28 เมษายน 2551 สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ขอแจ้งผลการทดสอบตัวอย่างปุ๋ย ตามหนังสือที่อ้างถึง รายงานผลการทดสอบตัวอย่างปุ๋ย เชิงประกอบสูตร 16-20-0 , CaO2% , S14% ลักษณะปุ๋ยเม็ดสีเทา ชื่อการค้า ไนโปเฟท เครื่องหมายการค้า ตรากระต่าย ผู้ผลิต บริษัท นำแฮ เคมีเคิล คอร์ปเปอเรชั่น จำกัด กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี มีรายละเอียดแสดงการทดสอบ ผลทดสอบ ผู้ทดสอบ โดยมีนางสาววรรณรัตน์ ชุติบุตร นักวิทยาศาสตร์ 8ว รักษาการแทนหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพปุ๋ย และมีนางจิตรา คล้ายมนต์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยเคมีการเกษตรลงนามรับรอง

     “มหาวชิ14318” ดูตามหนังสือจากสำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ที่มีนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นข้าราชการเป็นผู้ทดสอบตัวอย่างปุ๋ยที่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด นำส่งเพื่อทดสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียน เชื่อว่าตัวอย่างปุ๋ยสูตรดังกล่าวน่าจะเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดีมีประโยชน์ ส่วนปุ๋ยที่นางสมจิตรฯ ซื้อจากร้านอุดมรัตน์ การเกษตร ที่ภาชนะบรรจุระบุเป็นปุ๋ยตรากระต่าย ข้างกระสอบปุ๋ยเห็นชัดเจนว่ามาจาก บริษัท เจียไต๋ จำกัด เลขที่ 229-301 ถนนทรงสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร ระบุสถานที่ผลิต เลขที่ 162 หมู่ที่3 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-20-0 สั่งจาก บริษัท มินุโดเบรนิยา จากเมืองรอซซอส สหรัฐอเมริกา

     ปัญหาของชาวไร่ ชาวนา คือปัญหาของประเทศ เรื่องปุ๋ยปลอมระบาดที่เพชรบูรณ์ เป็นเรื่องใหญ่เร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข คงต้องเป็นหน้าที่ของนายกองเอก วิลาส รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยซับน้ำตาชาวเพชรบูรณ์จากปัญหาน้ำท่วมที่พึ่งผ่านความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสมาแล้ว จากคนเพชรบูรณ์ส่วนใหญ่ที่ถูกภัยพิบัติธรรมชาติลงโทษอย่างรุนแรง ถึงแม้ปัญหาน้ำท่วมได้ทุเลาลงไปแต่ชาวนาส่วนใหญ่ในจังหวัดเพชรบูรณ์กลับต้องพบกับความกังวลเรื่องของปุ๋ยปลอมระบาดอยู่ในขณะนี้ที่ยังหาวิธีแก้ไม่ได้

     มีคำถามจากชาวนาที่ซื้อปุ๋ยเคมีมาหว่านนาข้าวมาทำไมปุ๋ยที่ซื้อมาจึงลอยน้ำไม่จมเหมือนเช่นที่ผ่านมา เรื่องนี้ต้องมีคำอธิบายให้ได้หายกังวลของคนทำนา “มหาวชิ14318” ไม่มีความรู้เรื่องปุ๋ยเคมีว่าปุ๋ยชนิดไหนดี ชนิดไหนปลอมแต่ขอบอกว่าที่เห็นมากับตาที่นางสมจิตรฯ นำมาคืนร้านอุดมรัตน์ การเกษตร เม็ดปุ๋ยสีเทาพิสูตรไม่ได้ แต่ข้างกระสอบปุ๋ยขอเรียนท่านผู้ว่าวิลาศฯ เพื่อพิจารณา หนังสือจากสำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ผู้ผลิตบริษัท นำแฮ เคมีเคิล คอร์ปเปอเรชั่น จำกัด กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี แต่ที่ข้างกระสอบสั่งจาก บริษัท มินุโดเบรนิยา จากเมืองรอซซอส สหรัฐอเมริกา เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ...


กรมการค้าภานในชี้แจงปุ๋ยปลอม

ที่ พณ 0406/12335 กรมการค้าภายใน

44/10000 ถนนนนทบุรี 1

อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

3 ธันวาคม 25 53

เรื่อง ขอแจ้งผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียน

เรียน กรรมการบริหาร (นางวัชรี อติเปนมานนท์)

อ้างอิง หนังสือองค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ ตกช 016/2553

ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553

ตามหนังสือที่อ้างอิงถึง องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ส่งหนังสือร้องเรียนให้กรมการค้าภายใน พิจารณาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปุ๋ยเคมีตรากระต่าย สูตร 16-20-0 ของบริษัท เจียไต๋ จำกัด เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าเป็นปุ๋ยเคมีปลอม จากคอลัมน์เสียงบ่นปนเสียงด่า ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับบที่ 21010 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

กรมการค้าภายใน ขอเรียนข้อเท็จจริง ดังนี้

1. กรมการค้าภายใน มีมาตรการกำกับดูแลปุ๋ยเคมีเป็นการคุ้มครองเกษตรกร ด้วยการกำหนดให้ปุ๋ยเคมี เป็นสินค้าควบคุมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีจะต้อง แจ้งชื่อทางการค้า สูตรชื่อ / ปริมาณวัตถุอันเป็นส่วนประกอบสำคัญ ราคา คุณภาพ มาตรฐาน ปริมาณน้ำหนัก ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนนำออกจำหน่าย และห้ามเปลี่ยนแปลงราคา เว้นแต่ได้รับอนุญาต นอกจากนั้นผู้ประกอยการจะต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ เป็นประจำทุกเดือน

2. สำหรับข้อร้องเรียนนี้ กรมฯ ได้แจ้งให้บริษัท เจียไต๋ จำกัด ดำเนินการแก้ไขและบริษัทฯได้ชี้แจงให้กรมการค้าภายในทราบถึงขั้นตอนการแก้ไขปัญหาดังนี้

2.1 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 บริษัทฯได้นัดพบนางสมจิตร รอดแสวง ผู้ร้องเรียนเพื่อเข้าไปดูแปลงนาที่พบปัญหา โดยอธิบายเบื้องต้นว่าสิ่งคล้ายปุ๋ยที่ลอยน้ำขึ้นมานั้นไม่ใช่ปุ๋ย แท้จริงแล้วเป็นธาตุอาหารที่อยู่ในเม็ดปุ๋ยได้ละลายและดินได้ยึดจับธาตุอาหารหมดแล้ว สิ่งที่ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำนั้น เป็นสารเคลือบผิวเฉพาะของปุ๋ยตรากระต่ายที่มีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและหากน้ำในแปลงนามีอุณหภูมิลดลง การละลายของสารเคลือบก็จะช้าลง นางสมจิตร ได้พาพนักงานบริษัทฯ เข้าไปยังแปลงนาข้าวที่พบปัญหา พบว่าสภาพของต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดี แม้ว่าจะมีปัญหาปุ๋ยลอยน้ำบ้าง แต่คุณภาพของปุ๋ยไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด และข้าวก็ยังสามารถเจริญเติมโตได้ดีอย่างปกติ

2.2 ตัวแทนพนักงานบริษัทฯ ได้ขออนุญาตทำแปลงสาธิตปุ๋ยตรากระต่ายจากนางสมจิตรจำนวน 5 ไร่ จากทั้งหมด 24 ไร่ เพื่อให้ผู้ร้องเรียนและเกษตรกรบริเวณนั้นได้รับการถ่ายทอดการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง มีความเข้าใจและมีความมั่นใจในการแก้ไขปัญหาของบริษัทฯ ตลอดจนเกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

3. กรมฯ ได้ประสานกับนางสมจิตร ผู้เสียหาย ได้รับยืนยันว่า มีพนักงานของบริษัทฯและเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร เข้าไปแก้ไขและชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เสียหายมีความเข้าใจหมดปัญหาข้อร้องเรียน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

(นางวัชรี วิมุกตายน)

อธิบดีกรมการค้าภายใน

สำนักตรวจสอบและปฏิการ

โทร. 0-2507-5512 “ สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน ”

โทรสาร 0-2547-5356



หนังสือชี้แจงจังหวัดเพชรบูรณ์ปุ๋ยปลอม


ที่ พช 0016.1( ศดธ. )/1966 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์

ถนนสระบุรี – หล่มสัก พช 67000

30 พฤศจิกายน 2533

เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนปุ๋ยเคมี

เรียน กรรมการบริหาร องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

อ้างถึง หนังสือองค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ ตกช. 011/2553

ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553

สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ที่ กษ 0918.2/1339

ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553

 

ตามที่องค์การตรวจสอบการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้ประสานขอให้จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจสอบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของปุ๋ยปลอมจากคอลัมน์ “ เรื่องเสียงบ่น ปนเสียงด่า ” ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับที่ 21010 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 ดังความละเอียดแจ้งให้ทราบแล้ว นั้น

จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แจ้งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว ผลปรากฎว่า นางสมจิตร รอดแสวง เกษตรกรที่ถูกกล่างอ้าง มีตัวตนอยู่จริง โดยอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 5 ตำบลระวิง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจากการสอบถามถึงการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรรายดังกล่าว พบว่า เกษตรกรมิได้กล่าวว่าเป็นปุ๋ยปลอม แต่เป็นลักษณะของปุ๋ยลอยเหนือน้ำขึ้นมาเท่านั้น และได้นำปุ๋ยที่เหลือจำนวน 2 กระสอบ มาคืนที่ร้านอุดมรัตน์การเกษตร ซึ่งร้านค้าได้รับเปลี่ยน และคืนปุ๋ยสูตร 16-20-0 ตราหัววัวคันไถให้ และจากการตรวจสอบร้านอุมดมรัตน์การเกษตร ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีดังกล่าว พบว่า มีใบอนุญาตจำหน่ายปุ๋ย (บป. 4 ) ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามเจ้าของร้านถึงสาเหตุเมื่อใช้ปุ๋ยหลังหว่านในนาข้าวแล้วเม็ดปุ๋ยจะลอยเหนือน้ำเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งเจ้าของร้านแจ้งว่า เนื่องจากปุ๋ยสูตรดังกล่าวมีการเคลือบเม็ดปุ๋ยทำให้ปุ๋ยมีการจับตัวกันป้องกันการระเหยของธาตุอาหารบางตัว เมื่อปุ๋ยที่หว่านจมน้ำแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนเคลือบเม็ดปุ๋ยจะแตกตัวลอบขึ้นมา ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ได้เก็บตัวอย่างปุ๋ยสูตรดังกล่าวเพื่อส่งให้ส่วนวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 พิษณุโลก ทำการวิเคราะห์ธาตุอาหาร ซึ่งทางจังหวัดเพชรบูรณ์จักได้ติดตามผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อไป รายละเอียดปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

(วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์)

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ รักษาการแทน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

 

 

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์

โทร. / โทรสาร. 0-5672-9784 (เทวินทร์)

 

ที่ กษ 0918.2/1339 ศุนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์

ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000

23 พฤศจิกายน 2553

เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนปุ๋ยเคมี

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

อ้างถึง หนังสือ ตกช. 011/2553 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. สำเนาหนังสืออ้างอิง จำนวน 1 ชุด

2. บันทึกถ้อยคำ จำนวน 1 ฉบับ

3. บันทึกการตรวจสถานที่ประกอบการวัตถุอันตราย ปุ๋ย และเมล็ดพันธ์ควบคุม (แบบ ภค. 1 )

จำนวน 1 ฉบับ

4. บันทึกการเก็บตัวอย่างและอายัดปุ๋ยเพื่อตรวจสอบ (แบบ ภค. 6 ) จำนวน 1 ฉบับ

5. ภาพถ่ายร้านค้า , ทะเบียนเลขที่ปุ๋ย , สูตรปุ๋ย และลักษณะเม็ดปุ๋ย จำนวน 1 ฉบับ

 

ตามหนังสือที่อ้างอิง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ได้รับบัญชาจากท่านผู้ว่าฯ ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของปุ๋ยปลอมจากคอลัมน์ “ เสียงบ่นปนเสียงด่า ” ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับที่ 21010 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553 ความละเอียดทราบแล้วนั้น

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการให้สารวัตรเกษตรไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของเกษตรกรที่ถูกกล่าวอ้างถึง และร้านอุดมรัตน์การเกษตร ร้านค้าจำหน่ายปุ๋ยเคมีดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นางสมจิตร รอดแสวง เกษตรกรที่ถูกกล่าวอ้างถึงมีตัวตนอยู่จริง โดยอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 5 ตำบลระวิง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้มีการสอบถามถึงการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร ปรากฎว่าเกษตรกรมิได้กล่าวว่าเป็นปุ๋ยปลอมแต่เป็นลักษณะของปุ๋ยลอยเหนือน้ำขึ้นมาเท่านั้น และได้นำปุ๋ยที่เหลือจำนวน 2 กระสอบ มาคืนให้ร้านอุดมรัตน์การเกษตร ซึ่งร้านค้าได้รับเปลี่ยนและคืนปุ๋ยสูตร 16-20-0 ตราหัววัวคันไถให้และจากการตรวจสอบร้านอุดมรัตน์การเกษตร พบว่ามีใบอนุญาตจำหน่ายปุ๋ย (บป. 4 ) และได้สอบถามเจ้าของร้านถึงสาเหตุเมื่อใช้ปุ๋ยหลังหว่านในนาข้าวแล้วเม็ดปุ๋ยจะลอยเหนือน้ำเพราะอะไร เจ้าของร้านได้ติดต่อตัวแทนผู้จำหน่ายปุ๋ยสูตร 16-20-0 ตรากระต่าย ได้แจ้งว่าเนื่องจากปุ๋ยสูตรดังกล่าวมีการเคลือบเม็ดปุ๋ยทำให้ปุ๋ยมีการจับตัวกันป้องกันการระเหยของธาตุอาหารบางตัว เมื่อปุ๋ยที่หว่านจมน้ำแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนเคลือบเม็ดปุ๋ยจะแตกตัวลอยขึ้นมา และสารวัตรของเกษตรของ ศวพ.เพชรบูรณ์ ได้เก็บตัวอย่างปุ๋ยสูตรดังกล่าวเพื่อส่งให้ส่วนวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตของสำนักวิจัยและพัฒนาเกษตรเขตที่ 2 พิษณุโลก ทำการวิเคราะห์ธาตุอาหารต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

 

(นายรัฐพล ชูยอด)

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์

 

โทร. 0-5673-6209-10

โทรสาร. 0-5673-6211





หนังสือชี้แจง


ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ