OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

จับกุมแก๊งปาหิน ตำรวจทำได้ถ้าตั้งใจทำ

     จากกรณมีกลุ่มคนปาหินใส่ยวดยานพาหนะบนถนนสายต่างๆอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน โดยเฉพาะช่วงนี้มีเหตุปาหินหนักบนถนนสายเพชรเกษมในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

     “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดี” คดีปาหินบนท้องถนนเป็นคดีเล็กๆที่ตำรวจพื้นที่ที่เหตุเกิดละเลย ไม่ใส่ใจ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเป็นปัญหาสังคมอีกปัญหาหนึ่งในขณะนี้ เชื่อกันว่าคนสงขลา ไม่มาปาหินใส่รถที่ประจวบคีรีขันธ์ และคนบางปะหัน อยุธยา ไม่มาปาหินใส่รถที่นครปฐม และเชื่อเหลือเกินว่า่ คนร้ายปาหินที่บางสะพานเป็นคนบางสะพาน และเชื่ออย่างสนิทใจว่า เหตุเกิดที่จุดไหน กลุ่มคนร้ายอาศัยอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ถ้าตำรวจเชื่ออย่างนี้ “แก๊งปาหิน” จับคนร้ายได้นานแล้ว

     ไม่ต้องถึงกับให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ลงมาเล่นเอง มอบนโยบายเร่งด่วนให้กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จัดกำลังตำรวจออกตรวจร่วมกับตำรวจท้องที่ รวมทั้งสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและองค์กรเอกชน ผู้นำท้องถิ่นออกตรวจพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะนี้อย่างเร่งด่วนเมื่อนายสั่ง ลูกน้องเต้นเป็นเรื่องปกติ พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รักษาการผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ให้ความสนใจเห็นความสำคัญยิ่ง จึงจัดให้มีโครงการ “อาสาสมัครบิ๊กไบก์ตำรวจทางหลวง รวมพลังต้านแก๊งปาหิน” แยกพวกขับขี่มอเตอร์ไซค์ ออกเป็นสองพวกอย่างสิ้นเชิง พวกชาวบ้านทั่วไปขับขี่มอเตอร์ไซค์ ไปไหนมาไหนนอกจากจะเกรงอันตรายจากอุบัติเหตุแล้วยังเกรงอันตรายจากตำรวจ จับตรวจหาเหตุผิดตลอดเวลากับอีกพวกที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ราคาแพง ขับแซงซ้าย แซงขวา ไปมาอย่างเทวดา ไม่เคยเห็นมีตำรวจคนไหนตรวจจับ หรือเป็นเพราะคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ รวมกลุ่มกันเป็นสมาคม และชมรมมีสมาชิกทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีวัยวุฒิคุณวุฒิ เป็นข้าราชการประจำ นักการเมือง นักธุรกิจ ดารา นักร้อง ศิลปิน ที่มีชื่อเสียง

     โครงการ “อาสาสมัครบิ๊กไบก์ตำรวจทางหลวง รวมพลังต้านแก๊งปาหิน” เป็นโครงการที่ดี หลายคนจะได้มีส่วนร่วมดูแลสังคม สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อสังคม แต่อย่าลืมความละเอียดอ่อน จากการแยกพวกขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ออกเป็นสองพวก คือพวกต่อต้าน กับพวกทำความผิด เพราะพวกกลุ่มต่อต้านออกตระเวนคอยตรวจตรา และรายงานข้อมูลเบาะแสให้ตำรวจทางหลวงไม่มีสิทธิจับกุม เมื่อพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า เมื่อสองฝ่ายเจอกันปัญหาเกิด หาทางแก้ไขไว้แล้วหรือยัง ยิ่งกลุ่มคนร้าย แก๊งปาหิน รู้ว่ามีอาสาสมัครบิ๊กไบก์ตำรวจทางหลวง รวมพลังต้านแก๊งปาหิน คอยเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ ลองคิดดูอาสาสมัครบิ๊กไบก์ฯ 1-2 คัน ขับรถออกตระเวนคอยตรวจตราเมื่อมาเจอกันแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ใหญ่ที่ไหนให้นโยบายได้คิดแก้ไขไว้แล้วหรือยัง เป็นห่วง “อาสาสมัครบิ๊กไบก์ตำรวจทางหลวง รวมพลังต้านแก๊งปาหิน” ที่คิดดี ตั้งใจทำดี แต่เมื่อมีเหตุร้ายเข้าตัวใครรับผิดชอบนอกเสียจาก “พวงหรีดดอกไม้สดสวยงาม” วางไว้หน้าหีบศพกับคำชมเชย ที่คนอยู่ข้างหลังได้รับ

     แล้วเรื่องจับกุม “แก๊งปาหิน” จะทำอย่างไร เรื่องง่ายๆ อย่าให้เป็นเรื่องยาก เอาจุดเกิดเหตุเป็นหลัก ท้องที่ไหนเกิดเหตุปาหินใส่รถยนต์ หัวหน้าโรงพักสั่งการให้ตำรวจประจำตูย้ายมา ณ จุดเหตุเกิด และตู้ยามใกล้เคียงสืบสวนร่วมกัน หาข่าวกันให้จริงเหมือนกับการหาข่าวว่ากลุ่มชาวบ้านในพื้นที่วันนี้ลักลอบเล่นการพนันกันตรงไหน แล้วข่าวคนร้ายปาหินเมื่อคืนที่ผ่านมามันน่าจะมาจากแหล่งข่าวเดียวกันกับข่าวเปิดบ่อนการพนัน หรือข่าวชาวบ้านต้มเหล้าป่า เชื่อว่า “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดี” อย่าให้เรื่องง่ายๆ เหล่านี้ต้องเป็นหน้าที่ของ “อาสาสมัครบิ๊กไบกตำรวจทางหลวง รวมพลังต้านแก๊งปาหิน”

     อีกอย่างที่ต้องฝากไว้ ถ้าเมื่อไรตำรวจจับกุมคนร้ายปาหินได้ ลองสอบถามถึงสาเหตุอย่างเปิดใจว่าทำไมถึงต้องเลือกปาหินใส่เฉพาะรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ถ้ามีใครบอกว่า รถทัวร์ชอบปล่อยน้ำโสโครกใส่ขณะพวกตนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ใกล้ชิดขอบทาง หรือรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ วิ่งขวาพุ่งเข้าใส่ และบางครั้งแซงแล้วปาดหน้าพวกขับมอเตอร์ไซค์อย่างกระชั้นชิด โดยไม่สนใจกับมอเตอร์ไซค์ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง หากสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเรื่องที่ว่าถึงเวลาที่ต้อง “สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน” ขออย่าโทษคนร้ายที่ก่อคดี ปาหิน เป็นฝ่ายผิดเพียงฝ่ายเดียว ให้ผู้คนทั่วไปที่ขับรถยนต์ขนาดใหญ่ใส่ใจกับคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บ้าง โดยเฉพาะรถทัวร์ รถโดยสารประจำทาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ อย่าเห็นว่าพฤติกรรมในการขับขี่รถที่ผ่านมา ตำรวจไม่จับเพราะมีการปรับกันเป็นรายเดือนแล้ว ถ้าคิดกันอย่างนี้คดีคนร้ายปาหินใส่รถยนต์ ไม่จบลงง่ายๆ…

 

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ