OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ปัญหาที่ดินวัดพระยาตากขาดหายสำนักพุทธศาสนาชัยนาทช่วยได้อย่างไร

     วัดพระยาตาก ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท เป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนมีหลวงพ่อหิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาประดิษฐานอยู่ที่วิหารของวัด เพื่อกราบสักการะ และยังมีรูปปั้นหลวงปู่สุข ประดิษฐานไว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมีพระใบฎีกาสุชาติพลโต เป็นเจ้าอาวาส วัดพระยาตากแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วในเรื่องงานประเพณีแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน ซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่บริเวณหน้าวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กำหนดไว้ช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ในแต่ละปีจะมีเรือร่วมแข่งขันกันเป็นจำนวนมากมีเรือจากต่างจังหวัดทั่วประเทศมาร่วมงานทำให้งานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานวัดพระยาตาก จังหวัดชัยนาทได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทด้วย

     ที่วัดพระยาตาก มีปัญหาเรื่องที่ดินวัด เป็นเรื่องคาใจของพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่มีโอกาสได้ทราบจากพระภิกษุวัดพระยาตาก และประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้วัดเล่าให้ฟังว่าวัดพระยาตากถือครองที่ดินที่เล่ากันว่าเป็นจวนผู้ว่าฯเก่า ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6268 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ข้อความในหน้าโฉนดระบุไว้อย่างชัดเจนว่าที่ดินแปลงนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดพิสูจน์ถูกต้องแล้ว ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินนี้เป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมาย และต้องอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายซึ่งคงใช้อยู่ในเวลานี้ และที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือบัญญัติขึ้นใหม่ในภายหน้า ถ้าจะทำการจดทะเบียนและนิติกรรมตามกฎหมายประการใดให้นำโฉนดที่ดินนี้มาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โฉนดที่ดินนี้ออกให้ ณ วันที่27 สิงหาคม 2517 ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 31 ตารางวา ทิศเหนือ จดที่มีการครอบครอง ทิศใต้ ตะวันออก ตะวันตก จดทางสาธารณประโยชน์ นายมานิต ขาวจันทร์ เจ้าพนักงานที่ดิน และนายไพบูลย์ วัฒนพานิช ปลัดจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมลงนาม พร้อมประทับตราไว้เป็นสำคัญ

     เมื่อดูตามโฉนดที่ดินดังกล่าวประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าวัดพระยาตากแห่งนี้ถือครองที่ดินตามโฉนดที่ดิน จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ในเวลาต่อมาเกิดปัญหาเป็นที่เคลือบแคลงใจของประชาชนทั่วไปว่าเมื่อมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงที่มีการครอบครองติดกับที่ดินวัดทางทิศเหนือได้มีการรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินในครั้งนั้นมีปัญหา เมื่อสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยนาทมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองวัดชี้แนวเขตและเซ็นชื่อรับรองผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงข้างเคียง แต่ผู้ปกครองวัดในขณะนั้นไม่ได้เซ็นค้างเคียงให้เนื่องจากเห็นว่าการรังวัดของช่างรังวัดไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงเนื่องจากผู้ยื่นรังวัดที่ประสงค์จะออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวได้ชี้แนวเขตที่ดินเข้ามาในที่ดินวัด และต่อมาทางวัดและประชาชนในแถบบริเวณวัดทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวได้ออกโฉนดไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจากข้อมูลโฉนดสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยนาท ที่ดินแปลงดังกล่าวมีนางทองคำ สงใย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 8 ตารางวา

     ส่วนที่ดินวัดพระยาตาก เมื่อดูตามหลักฐาน ฉบับสำนักงานที่ดิน พบว่ามีรายการคำสั่งให้สอบเขตที่ดิน โฉนดเลขที่ 6268 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 ระบุว่า ที่ดินแปลงนี้ได้มีการรังวัดสอบเขตเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2517 ปรากฏว่ามีเนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน 7 ตารางวา ซึ่งน้อยกว่าเดิม 2 ไร่ 24 ตารางวา ถ้าคู่กรณียืนยันให้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก็ให้บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน แล้วดำเนินการได้ มีเจ้าพนักงานที่ดินในขณะนั้นลงลายมือชื่อไว้ มีนางสาวกมลวรรณ เกิงฝาก ลงชื่อรับรองเอกสาร เมื่อพิจารณาตามเอกสารดังกล่าวหลายคนพบความผิดปกติให้สงสัยว่าโฉนดที่ดินวัดออกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2517 มีเนื้อที่13 ไร่กว่า ต่อมามีเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงยื่นรังวัดขอออกโฉนด มีปัญหาเรื่องรับรองแนวเขตที่ดินต่อกันไม่มีการรับรองแนวเขต ในแนวทางปฏิบัติสำนักงานที่ดินสามารคดำเนินการต่อได้เมื่อได้ประกาศให้ทราบตามวันเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่หลังจากที่ดินแปลงดังกล่าวออกโฉนดได้แล้ว เมื่อดูตามคำสั่งให้สอบเขตที่ดิน ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 แล้วปรากฏว่าที่ดินของวัดมีเนื้อที่น้อยลงกว่าเดิมถึง 2 ไร่กว่าเป็นที่น่าสงสัยของประชาชนและบุคคลทั่วไป จากที่ดินของวัดได้ยื่นรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินไว้เมื่อปีพ.ศ. 2517 หน้าโฉนดระบุไว้ชัดเจนว่าที่ดินแปลงนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการรังวัดพิสูจน์ถูกต้องแล้ว ต่อมามีเอกสารตามคำสั่งให้สอบเขตที่ดิน เมื่อปี2536 แจ้งว่าที่ดินวัดได้มีการรังวัดสอบเขตเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2517 ปรากฏว่ามีเนื้อที่น้อยกว่าเดิม 2ไร่กว่าจึงไม่ทราบว่าเอกสารฉบับนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรถึงทำให้ที่ดินวัดหายไป 2 ไร่กว่า

     เรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแล รักษาจัดการศาสนาสมบัติ ต้องทำความจริงให้ปรากฏเพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้มั่นใจในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท ว่าสามารคปกป้องทรัพย์สมบัติซึ่งเป็นศาสนาสมบัติ จากข้อสงสัยว่ามีการออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของวัดหรือไม่ ที่ผ่านมาปัญหาที่ดินวัดลดลง 2ไร่กว่า มีใครคิดแก้ไขปัญหาหรือไม่ ข้อเรียกร้องของทางวัดเสียงไม่ดังพอเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดคิดหาหนทางแก้ไขปัญหา จากปัญหาที่ดินวัดพระยาตากขาดหายสำนักพุทธศาสนาชัยนาทช่วยได้อย่างไร? เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ