OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ชาวบ้านท่าวังผากับปัญหาดูดทรายในแม่น้ำน่านอีกนานไหมจะแก้ไขได้

     การทำลายทรัพยากรธรรมชาติเป็นการทำลายชีวิตเป็นบาป อุทกภัยที่เกิดขึ้นทางภาคใต้วันนี้และอีกหลายที่หลายแห่งทั่วโลกสาเหตุหลักมาจากการทำลายธรรมชาติ เราเกิดเป็นมนุษย์ถูกใครเบียดเบียน รังแกกลั่นแกล้งยังรู้สึกโกรธแค้น โกรธมากแค้นมากขึ้นอยู่กับการถูกกระทำ เมื่อคนมีชีวิตมีความรู้สึกนึกคิด ธรรมชาติก็มีชีวิตมีความรู้สึก รู้ถึงการถูกกระทำโกรธมากแค้นมากก็อยู่ที่การถูกกระทำ หลายคนเริ่มคิดธรรมชาติเอาคืนแต่หลายคนที่คิดก็ถึงทางตัน คิดได้ทำไม่ได้ รู้วิธีป้องกันแก้ไขปัญหาว่าจะทำอย่างไร แม้สังคมไทยวันนี้คนส่วนใหญ่คิดก่อนทำ แต่ยังมีคนอีกมากที่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ สังคมไทยที่เคยเอื้อเฟื่อ เผื่อแผ่ เคยมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน วันนี้เราไม่พบเห็นสิ่งเหล่านั้นมานานแล้ว เป็นเพราะอะไรหรือ? ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นใช่หรือไม่? สังคมเกิดความสับสนวุ่นวาย แก่งแย่งชิงดีกัน ขยันทำชั่ว ละเลยการทำดี วันนี้มีโจรผู้ร้ายชุกชุม จี้ชิงปล้นกันไม่เว้นวัน ยิ่งนายทุน พ่อค้าหน้าเลือดเอารัดเอาเปรียบประชาชน ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ผู้บริหารบ้านเมืองขัดแย้งโจมตีกล่าวร้ายป้ายสีใส่กัน เพราะขัดกันในเรื่องผลประโยชน์ จึงเป็นที่มาทำให้เกิดปัญหากับสังคมไทย แม้ว่ามีใครหลายคนบอกว่าวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือส่งเสริมให้คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตมากขึ้น โดยเริ่มจากเด็กและเยาวชนซึ่งคนเหล่านี้จะเติมโตขึ้นมาพัฒนาชาติในวันหน้า แต่ในวันนี้ยังมองไม่ออกว่าเด็กและเยาวชนในวันนี้จะเป็นคนดีได้อย่างไรในเมื่อผู้ใหญ่ทั้งหลายมีภาพความชั่วร้ายอยู่เต็มกายและใจให้เด็กเห็นอยู่เช่นในวันนี้

     ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่มีการมองต่างมุมกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านและผู้ปกครองท้องที่ ที่มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีความรักหวงแหนธรรมชาติและรู้ถึงภัยธรรมชาติในวันข้างหน้าจากปัญหาการทำลายทรัพยากร กับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมายที่ได้สิทธิใช้ดุลยพินิจพิจารณาหรืออ้างหลักวิชาการ ร่วมกับผู้ประกอบการทำธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากร ร่วมกันเบียดเบียนธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเองโดยไม่สนใจถึงภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

     ที่ตำบลตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ที่นั่นมีปัญหาจากชาวบ้านที่อาศัยและทำมาหากินอยู่ 2 ฝั่งลำน้ำน่าน เนื่องจากมีผู้ประกอบการขุดดูดทรายทำให้ตลิ่งแม่น้ำน่านพังมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมากจึงได้รวมตัวกันร้องขอความช่วยเหลือต่อหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลตาลชุม โดยการนำของนายศรีลัย การินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1 นายคำ ปัญญา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่4 และนายนิธิศ มังคละ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่12 เป็นตัวแทนชาวบ้านทำหนังสือขอความช่วยเหลือให้แก้ไขปัญหาผู้ประกอบการดูดทรายในลำน้ำน่าน ไปเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 ข้อความที่ร้องไปไม่มีใครทราบหรืออย่างไร ถึงไม่มีใครลงมาแก้ไขปัญหา เวลาก็ล่วงเลยมานานความเดือดร้อนของชาวบ้านก็เพิ่มมากขึ้น ตลิ่งแม่น้ำน่านได้ถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหายลุกลามไปทั่วพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร ทำให้ราษฎรเดือดร้อนอย่างหนัก จึงรวมตัวกันทำหนังสือเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2554 รายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นให้นายก อบต.ตาลชุมทราบและทวงถามถึงการแก้ไขปัญหาที่ร้องขอความช่วยเหลือไปในคราวก่อน

     ต่อมา อบต.ตาลชุม แจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการที่ทางจังหวัดแต่งตั้งให้ตรวจสอบการดูดทรายได้สั่งการให้อบต.ตาลชุม แจ้งชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนมีผลกระทบจากการดูดทราย ผู้ปกครองท้องที่ และตัวแทน อบต.ตาลชุม จัดประชุมประชาคมราษฎรหมู่1,3,4 และ12 เพื่อขอมติเห็นชอบให้ หจก.น่านกิติคุณ ประกอบกิจการต่ออายุใบอนุญาตดูดทรายจนถึงวันที่ 15 พ.ค.2554 หรือไม่ ที่ประชุมมีมติให้ผู้ประกอบการ หจก.น่านกิติคุณ หยุดกิจการดูดทรายทันที นับแต่วันที่ประชุมนี้เป็นต้นไป ตามหนังสือบันทึกการประชุม ลงวันที่ 31 มี.ค. 2554

     เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2554 จังหวัดน่านได้ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องมีรองผู้ว่าฯเป็นประธาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ชลประทานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด หัวหน้าสำนักงานการขนส่งทางน้ำที่1 สาขาแพร่ ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดน่าน และคณะกรรมการที่จังหวัดแต่งตั้งได้ร่วมประชุมมีมติร่วมกัน ให้หจก.กิติคุณน่าน ผู้ประกอบการหยุดดูดทรายไปก่อนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทำให้ชาวบ้านที่อาศัย 2 ฝั่งลำน้ำน่านได้พออุ่นใจกับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของทางจังหวัด แต่ปัญหาที่ว่ายังไม่จบเมื่อพบว่ามีการดูดทรายตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านที่มีความรู้สึกอบอุ่นใจกับมติของจังหวัดกลับคิดว่าปัญหาดังกล่าวคงไม่มีใครแก้ไขได้เนื่องจากผู้ประกอบการกล้าขัดคำสั่งของทางจังหวัด แล้วชาวบ้านจะพึ่งใครได้ทำให้ชาวบ้านที่รวมตัวกันร้องทุกข์เกิดความทุกข์เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตของตนเองขึ้นมาทันที

     จังหวัดน่านต้องใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้ว่าน่านฯ เมื่อสั่งการเป็นหนังสือต้องถือปฏิบัติ จังหวัดสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดูดทรายในแม่น้ำน่าน ให้หยุดต้องหยุดถ้ายังไม่หยุดคงไม่ต้องบอกว่าจะต้องทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดน่านตั้งแต่ตำรวจชั้นประทวนถึงผู้บังคับการจังหวัดมีหลายพันนาย สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ใช่เรื่องยากถ้าจะทำ กับคำถามชาวบ้านท่าวังผากับปัญหาดูดทรายในแม่น้ำน่านอีกนานไหมจะแก้ไขได้ และคำถามผู้ประกอบการดูดทราย ขัดคำสั่งจังหวัดให้หยุดดูดทราย ผู้ว่าฯน่านจัดการได้หรือไม่? เชื่อว่าหลายคนใคร่ได้คำตอบ...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ