OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

ดุลยพินิจอัยการจังหวัดต้องไม่ขัดข้อกฎหมาย

     การที่ใครไม่ได้รับความสะดวก ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือโดนข่มเหงรังแก ไม่เกิดขึ้นกับใคร ไม่เข้าใจถึงความรู้สึก เมื่อรู้สึกว่าโดนข่มเหงรังแกแล้วเราได้รับความช่วยจากผู้อื่นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายให้การช่วยเหลือให้การแนะนำไปตามข้อเท็จจริงจากเหตุที่เกิดขึ้นแม้ว่าเรามีความรู้สึกว่าโดนข่มเหงรังแก แต่เรายังได้รับความเป็นธรรม ความรู้สึกเราคือคนไทยคนหนึ่งที่ได้รับการดูแลทางสังคมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่หากว่าเราโดนข่มเหงรังแก เมื่อเราร้องขอให้ผู้ที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม เมื่อเราไม่ได้รับความช่วยเหลือความรู้สึกเราคือคนไทยอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้รับการดูแลทางสังคม ความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากกฎหมายบังคับใช้ไม่ได้กับคนทุกคน

     นายปัญจเทพ ปิณฑะบุตร ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี 4 นายเข้าตรวจค้นบ้านที่ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยไม่มีหมายค้น เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2549 ได้แจ้งให้ทราบว่าแอร์ที่ติดตั้งไว้ภายในบ้านไม่มีสติกเกอร์สรรพสามิตติดไว้ถือว่าแอร์ตัวนี้ไม่เสียภาษีสรรพสามิต เบื้องต้นแจ้งให้จ่ายค่าปรับ 3 หมื่นเมื่อไม่จ่ายนายปัญจเทพฯ จึงต้องเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา “ครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้ามิได้เสียภาษี” พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค มีความเห็นสั่งฟ้อง แต่อัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายปัญจเทพฯ เพราะพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง

     ความเป็นธรรมที่นายปัญจเทพฯ เพียรหาตั้งแต่ 2549 เป็นต้นมายังหาไม่เจอเนื่องจากวันนี้ยังไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง4 นายที่เป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิต โดยก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค และอัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา แต่นายปัญจเทพฯ เห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั้ง 4 นายเป็นนักบินออกหากินเกินอำนาจหน้าที่เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ให้สิทธิเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าค้นบ้านพักโดยไม่มีหมายค้นจากศาล และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั้ง 4 นายไม่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527

     จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมไปยังสำนักงานอัยการเขต7 ต่อมาทางอัยการเขต7 ได้แจ้งให้ อัยการจังหวัดกาญจนบุรี สอบเพิ่ม ประเด็นบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ อัยการจังหวัด จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน สอบสวนเพิ่มเติม ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุคดีนี้ผู้ต้องหาทั้งสี่ ผู้ใดมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบทะเบียนบัตรแนบท้ายระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการออกบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 หรือไม่ ถ้ามีให้ส่งประกอบการพิจารณาด้วย ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ของนายวีระ โตปิติ ผู้ต้องหาที่1 บัตรประจำตัวออกให้โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต ตำแหน่งนายตรวจสรรพสามิต สังกัด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ออกให้เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2550 บัตรหมดอายุ 8 พ.ค.2555

     การเรียกร้องขอความเป็นธรรมของนายปัญจเทพฯ ตั้งแต่เหตุเกิดปี 2549 จนถึงวันนี้ระยะเวลานานเกินไปหรืออย่างไร จึงทำให้นายปัญจเทพฯรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการโดนข่มเหงรังแก ระยะเวลาที่นานประกอบกับที่ผ่านมานายปัญจเทพฯรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตชุดดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยของรัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ให้ความยุติธรรม และหน่วยงานกรมสรรพสามิตต้นสังกัดของผู้ต้องหาทั้งสี่ “มหาวชิ14318” เป็นกำลังใจให้อดทนรอความเป็นธรรมต่อไป เมื่อเรื่องดังกล่าวไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าเรื่องของนายปัญจเทพฯ มีความเหมือนที่ไม่แตกต่างกันเลยกับเรื่องราวของนายบัญชา สัทโธ ที่เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่จังหวัดสงขลา เข้าคนบ้านพักโดยไม่มีหมายค้น และเจ้าพนักงานสรรพสามิตไม่ได้มีบัตรประจำตัว พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายบัญชาฯ ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ในเวลาต่อมานายวีระ จิระเดชประไพ อัยการพิเศษฝ่ายคดีร้องขอความเป็นธรรม2 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด มีหนังสือที่ อส 0044(คธ 2)/280 ลงวันที่ 15 ก.พ.2554 แจ้งนายบัญชา สัทโธ ว่าตามที่ได้ขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด นั้นอัยการสูงสุดได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้ว อธิบดีอัยการภาค 9 มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาชอบด้วยพยานหลักฐาน และได้มีคำสั่งให้แจ้งยุติเรื่องขอความเป็นธรรมแล้ว เรื่องนี้นายบัญชาฯ รู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม จากโดนข่มเหงรังแก ความรู้สึกตัวเองเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ได้รับการดูแลทางสังคมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

     คุณปัญจเทพฯ ก็เช่นกัน “มหาวชิ14318” เชื่อว่าอีกไม่นานเกินไปคงจะมีความรู้สึกดีๆเหมือนเช่นนายบัญชา เพราะเรื่องของนายบัญชา เหตุเกิดขึ้นมีนายบัญชาฯเป็นผู้กล่าวหา ไม่มีพยานคนอื่นมีเพียงรูปถ่าย 1ใบของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสงขลาคนหนึ่งที่ไม่มีบัตรประจำตัว พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นกับคุณปัญจเทพฯมีทั้งพยานบุคคล ภาพถ่ายวีดีโอ ชัดเจนและอีกทั้งขณะที่เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรีเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2549 ไม่มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะ บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ของนายวีระ โตปิติ ผู้ต้องหาที่1 ที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต ออกให้เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2550 เป็นหลักฐานชัดว่าในวันที่ 8 ธ.ค.2549 นายวีระ โตปิติ กับพวกยังไม่มีอำนาจหน้าที่...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ