OLP - NGO

The Organization of the Promotion on the use of Law to Develop People Quality.
องค์การส่งเสริมการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน.


จำนวนผู้เข้าชม website

รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ ปัญหาพ่อค้ากุ้งยึดถนนสายสงขลา-นครศรีธรรมราช

     “มหาวชิ14318” บ่นเรื่อง “ถนนริมเลสายสงขลา-หัวไทร ให้ใครแก้ปัญหาจากพ่อค้าแพกุ้งยึด” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 ไปด้วยความหวังว่าจะมีการร่วมแก้ไขปัญหากันระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ ด้วยภาครัฐต้องคิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาบนถนนสายดังกล่าว และด้วยความเข้าใจว่าวิถีชีวิตของประชาชนชายฝั่งคาบสมุทรสทิงพระตั้งแต่จังหวัดสงขลาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านอาศัยทั้งทะเลน้ำเค็ม และทะเลสาบน้ำกร่อยหล่อเลี้ยงชีวิตกันมาหลายชั่วอายุคน แต่คงต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐต้องจัดการปัญหาดังกล่าวเพื่อให้สังคมอยู่รวมกันได้อย่างปกติสุขกันทุกๆฝ่าย “มหาวชิ14318” ไม่มีเจตนาที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างเหตุจากข่าวเข้าไปปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ด้วยความหวังรัฐต้องแก้ปัญหาประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมาย และหาทางออกให้ผู้ประกอบการ ชาวบ้านที่เลี้ยงกุ้งมีทางออกในการแก้ปัญหาไม่ใช้ถนนหลวงเป็นสถานที่ซื้อขายกุ้งกันเหมือนเป็นเช่นทุกวันนี้

     ย้ำกันอีกครั้ง เสียงบ่นในวันนั้นได้รับคำชี้แจงจากนายสำราญ สินธูระหัฐ ผู้อำนวยการแขวงการทางสงขลา ว่าถนนริมเลสายสงขลา-หัวไทรคือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 เป็นทางหลวงมาตรฐานทางชั้น 3 ผิวจราจรลาดยางกว้าง 7 เมตรไหล่ทางกว้างข้างละ 1.5 เมตร สภาพพื้นที่สองข้างทางหลวงประชาชนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง มีพื้นที่จำกัดสำหรับจอดรถ ดังนั้นพ่อค้ากุ้งที่รับซื้อกุ้งจากเกษตรกรที่แหล่งผลิต จะต้องนำรถบรรทุกห้องเย็นจอดบริเวณไหล่ทางหลวง(ไม่ได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด) โดยใช้เวลาในการซื้อกุ้งประมาณ 2-3 ชั่วโมงในเวลากลางวัน จุดซื้อขายมีประมาณ 1-2 จุด และไม่ได้ซื้อขายกันทุกวัน แขวงฯได้แจ้งให้พ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และได้กำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจรและไหล่ทาง

     นายถนัด บ่วงดักใจ ผู้อำนวยการแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ 1 ชี้แจงว่าทางสายดังกล่าวคือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 มาตรฐานทางชั้น 3 ผิวจราจรลาดยาง 7 เมตรไหล่ทางกว้าง 2 เมตร สภาพสองข้างทางเป็นพื้นที่ลุ่มมีประชาชนบางส่วนประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง พ่อค้าที่รับซื้อกุ้งจากเกษตรกรจำเป็นต้องนำรถห้องเย็นเข้าจอดบริเวณไหล่ทางหลวง ซึ่งมิได้จอดบนผิวจราจรแต่อย่างใด และเมื่อนำรถห้องเย็นเข้าจอดแล้วจะนำกรวยยางไปวางไว้ เพื่อให้รถวิ่งผ่านไปมาได้มองเห็น โดยใช้เวลาครั้งละประมาณ 2-3 ชั่วโมง ในเวลากลางวันเท่านั้นและไม่ได้ซื้อขายกันเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับปริมาณจราจรในสายทางมีไม่มากนัก จึงไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุในขณะที่รับซื้อกุ้ง แต่อย่างไรก็ตามแขวงฯได้กำชับให้หมวดหัวไทรที่ 2 ได้ชี้แจงให้พ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และกำชับมิให้มีการกระทำการซื้อขายบนผิวจราจร

     พ.ต.อ.วิสูตร นาคจู รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ชี้แจงว่าได้ทำการตรวจสอบกรณีบนถนนสายสงขลา-หัวไทร มีพ่อค้าแพกุ้งยึดพื้นที่บนถนนช่องซ้ายกลายเป็นตลาดรับซื้อกุ้ง และมีการนำรถสิบล้อห้องเย็นช่องทางเดินรถด้านซ้ายล้ำเข้ามาเกือบถึงกึ่งกลาวงถนนพบการกระทำผิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้ดำเนินการจับกุมนายหนะแหว หมีคง อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ที่5 ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ในความผิด พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 นายหนะแหวฯ ผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคดีเปรียบเทียบจราจร 170/2553 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 ปรับเป็นเงิน 200 บาท ตามใบเสร็จรับเงินเลขที่ 010 เล่มที่ 11198 และได้ดำเนินการกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

     เสียงบ่นในครั้งนั้น แขวงฯสงขลา ทำได้แค่แจ้งให้พ่อค้ารับซื้อกุ้งทราบว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และกำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจรและไหล่ทาง แขวงฯนครศรีธรรมราชอ้างเหตุจำเป็นในการละเมิดกฎหมาย และกำชับให้หมวดหัวไหรฯไปชี้แจงพ่อค้าว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายและกำชับมิให้กระทำการซื้อขายบนผิวจราจร ส่วนตำรวจภูธรสงขลาออกตรวจสอบพบผู้กระทำผิดจับปรับ 200 บาทดูเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ถนนสายสงขลา-นครศรีธรรมราช ในวันนี้พ่อค้าแพกุ้งยึดถนนฝั่งซ้ายรับซื้อขายกุ้งเช่นเดิม “เคลียร์แล้ว” เป็นคำตอบที่ชวนให้สงสัยว่าพ่อค้าเคลียร์ใคร ดูจากแขวงการทางสงขลาและแขวงการทางนครศรีธรรมราช ไม่สนใจที่จะแก้ไขปัญหาอ้างเหตุจำเป็นในการละเมิดกฎหมาย เพียงแค่กำชับมิให้กระทำผิด อย่างอื่นหมดสิทธิ์ดำเนินการ เรื่องนี้แขวงสงขลา แขวงนครศรีฯ ลองอีกทีกำชับหมวดการทางให้กวดขันพบการกระทำผิดแจ้งความดำเนินคดี ส่วนตำรวจภูธรสงขลาที่ผ่านมาจับปรับ 200 บาทพ่อค้ากุ้งไม่รู้สึกขยาดแต่อย่างใดลองดูใหม่ สั่งตำรวจท้องที่จับปรับและให้ย้ายที่รับซื้ออย่างรอให้ซื้อขายเสร็จ เลิกแล้วค่อยจับปรับ เรื่องเล็กๆน้อยเท่านี้ พ.ต.อ.พัชธนวิชญ์ ตันเสรีสกุลภัช ผกก.สภ.หัวไทร และ พ.ต.อ.วีระชัย เสฏฐปัญโญ ผกก.สภ.ระโนด คงต้องร่วมกันกำชับตำรวจตู้ยามในพื้นที่กวดขันอย่างจริงจังเสียที จะได้สิ้นสงสัยในคำตอบเคลียร์แล้วเสียทีว่าเรื่องนี้ไม่มีเคลียร์...

ความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

ความเห็น
โดยคุณ